โจรทางหลวงใช้การปลอมสัญญาณ GPS ลักลอบขโมยอุปกรณ์ดาต้าเซ็นเตอร์มูลค่าหลายล้านดอลลาร์
รายงานจาก NBC News ที่อ้างคำให้การของผู้เชี่ยวชาญ อดีตเจ้าหน้าที่ และนักสืบที่กำลังช่วยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ระบุว่าแก๊งโจรทางหลวงกำลังใช้เทคนิคดิจิทัลที่ซับซ้อนเพื่อขโมยสินค้าขนส่ง โดยเฉพาะอุปกรณ์…

รายงานจาก NBC News ที่อ้างคำให้การของผู้เชี่ยวชาญ อดีตเจ้าหน้าที่ และนักสืบที่กำลังช่วยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ระบุว่าแก๊งโจรทางหลวงกำลังใช้เทคนิคดิจิทัลที่ซับซ้อนเพื่อขโมยสินค้าขนส่ง โดยเฉพาะอุปกรณ์สำหรับศูนย์ข้อมูลซึ่งมีมูลค่าสูงมาก และตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา คาดว่ามีสินค้าประเภทนี้ถูกโจรกรรมไปแล้วมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์
รูปแบบการก่อเหตุเริ่มจากการเจาะบัญชีของโบรกเกอร์ขนส่งบนแพลตฟอร์มประกาศงานขนส่ง จากนั้นคนร้ายจะลงรายการงานปลอมเพื่อหลอกให้บริษัทขนส่งจริงเข้ามาประมูล เมื่อมีผู้สนใจตอบกลับ คนร้ายจะส่งลิงก์อันตรายเพื่อหลอกให้เหยื่อกดติดตั้งซอฟต์แวร์มัลแวร์ ซึ่งเปิดทางให้เข้าควบคุมบัญชีและยึดการประมูลงานขนส่งจริงต่อไปได้
หลังยึดบัญชีได้แล้ว คนร้ายใช้วิธีประสานงานให้ของถูกไปรับและย้ายมือจากกระบวนการขนส่งปกติ บางกรณีมีการว่าจ้างคนขับรถจริงโดยที่ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง ขณะที่บางกรณีมีการใช้ใบขับขี่ปลอมเพื่อให้ผู้สมรู้ร่วมคิดเข้าถึงสินค้าได้อย่างแนบเนียน สุดท้ายของจะถูกส่งต่อให้เครือข่ายของโจรเพื่อนำไปขายต่อ
ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือการปลอมพิกัดติดตามในหนึ่งในคดีขนาดใหญ่ เพื่อทำให้ระบบตรวจสอบตำแหน่งเข้าใจผิดและยากต่อการติดตามสินค้าที่ถูกขโมยไป สะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ได้เป็นแค่การปล้นบนท้องถนนแบบเดิม แต่ผสมผสานทั้งอาชญากรรมไซเบอร์ การสวมรอยตัวตน และการโจมตีระบบโลจิสติกส์
คดีลักษณะนี้ชี้ให้เห็นว่าห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์กำลังกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของอาชญากร เนื่องจากอุปกรณ์มีมูลค่าสูง ขนย้ายได้ง่ายเมื่อเทียบกับราคา และมักพึ่งพาระบบดิจิทัลจำนวนมากในการจัดจ้างและติดตามสินค้า ข่าวนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนให้ทั้งผู้ให้บริการขนส่งและบริษัทเทคโนโลยีต้องยกระดับความปลอดภัยทั้งด้านไซเบอร์และการยืนยันตัวตนในกระบวนการโลจิสติกส์


