เผยเบื้องหลังการออกแบบไลท์เซเบอร์ครอสการ์ดของไคโล เรน
เบื้องหลังไอคอนของจักรวาล Star Wars อย่างไลท์เซเบอร์ของไคโล เรน ถูกเล่าขึ้นใหม่ผ่านคำสัมภาษณ์พิเศษของ Jet Cooper ผู้ดูแลงานโมเดล 3D ของ Star Wars: The Force Awakens โดยเขาอธิบายว่าดีไซน์แบบครอสการ์ด…

เบื้องหลังไอคอนของจักรวาล Star Wars อย่างไลท์เซเบอร์ของไคโล เรน ถูกเล่าขึ้นใหม่ผ่านคำสัมภาษณ์พิเศษของ Jet Cooper ผู้ดูแลงานโมเดล 3D ของ Star Wars: The Force Awakens โดยเขาอธิบายว่าดีไซน์แบบครอสการ์ดไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อความเท่หรือสร้างความต่าง แต่มีที่มาจากแนวคิดเชิงประวัติศาสตร์และการเล่าเรื่องที่ตั้งใจให้สะท้อนตัวตนของตัวละคร
Cooper เล่าว่าในช่วงพัฒนาอุปกรณ์ประกอบฉาก ทีมสร้างรวมถึงผู้กำกับ J.J. Abrams ทดลองหลายเวอร์ชันมาก ก่อนจะมาลงตัวที่รูปทรงสุดท้าย โดยช่วงแรกแนวคิดของไคโล เรนถูกมองให้เป็นอัศวินแบบหยาบกระด้าง จึงย้อนมองแรงบันดาลใจจากดาบยุโรปโบราณ โดยเฉพาะส่วน quillons หรือกิ่งข้างของด้ามดาบ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายตัวกันมือเพื่อป้องกันการถูกฟันจนขาด
จุดเชื่อมสำคัญที่ทำให้แนวคิดนี้ชัดเจนขึ้นคือการหยิบเอา “มือที่ถูกตัดขาด” ของสองตัวละครระดับตำนานใน Star Wars อย่างลุค สกายวอล์คเกอร์และดาร์ธ เวเดอร์มาเป็นเหตุผลเชิงสัญลักษณ์ว่าทำไมอาวุธของไคโล เรนจึงควรมีส่วนป้องกันแบบนี้ Cooper อธิบายว่าเมื่อแยกลำแสงหลักออกเป็นสองด้าน มันไม่เพียงทำให้รูปลักษณ์ดูดุดันแบบอาวุธโบราณ แต่ยังเพิ่มมิติการใช้งานเชิงต่อสู้ให้กับฉากแอ็กชันบนจอด้วย
อีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องการสื่อสารภาพลักษณ์ให้ผู้ชมเข้าใจได้ทันที ทีมงานต้องการให้เงารูปร่างของดาบชัดเจนพอที่เด็กอายุ 12 ปีก็มองออกว่าเป็นไลท์เซเบอร์ ทำให้ดีไซน์ต้องสมดุลระหว่างความแปลกใหม่กับความจำง่าย ซึ่งสะท้อนแนวคิดการออกแบบพร็อพในหนังฟอร์มยักษ์ที่ต้องทั้งสวย โดดเด่น และอ่านภาพได้ทันทีในเสี้ยววินาที
Cooper ยังบอกด้วยว่าไลท์เซเบอร์ของไคโล เรนเป็นหนึ่งในผลงานที่เขาภูมิใจมากที่สุด และเวอร์ชันสุดท้ายกว่าจะได้ออกมาใช้จริงก็มาถึงการปรับแก้ครั้งที่ 13 ซึ่งเป็นตัวเลขที่เขาเรียกว่าโชคดีของตัวเอง ประสบการณ์นี้ตอกย้ำว่าพร็อพชิ้นสำคัญในภาพยนตร์ดังไม่ได้เกิดจากไอเดียเดียว แต่ผ่านการลองผิดลองถูกอย่างละเอียดก่อนจะกลายเป็นภาพจำของแฟรนไชส์
นอกจากงาน Star Wars แล้ว Cooper ยังเป็นผู้บริหารด้านครีเอทีฟในสายงานโมเดล 3D และเอฟเฟกต์ของ Makinarium และยังมีผลงานในหนังใหญ่หลายเรื่อง เช่น Skyfall, X-Men: First Class และ Jurassic World: Fallen Kingdom บทสัมภาษณ์นี้จึงไม่เพียงเล่าที่มาของดาบไคโล เรน แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าการออกแบบอุปกรณ์ประกอบฉากระดับตำนานต้องอาศัยทั้งประวัติศาสตร์ การเล่าเรื่อง และความเข้าใจผู้ชมไปพร้อมกัน


