ม็อด GTA 5 เพิ่มระบบความแค้นของแก๊ง แต่กลายเป็นว่าพวกมันฆ่ากันเองมากกว่าเล่นงานผู้เล่น
บทความนี้เล่าการทดลองใช้ม็อด Gang Notoriety ใน Grand Theft Auto 5 ซึ่งตั้งใจจะเพิ่ม “ระดับความแค้น” ระหว่างผู้เล่นกับแก๊งอาชญากรรมในเกมให้คล้ายระบบการไล่ล่าของตำรวจ กล่าวคือ เมื่อผู้เล่นไปก่อเรื่องกับ…

บทความนี้เล่าการทดลองใช้ม็อด Gang Notoriety ใน Grand Theft Auto 5 ซึ่งตั้งใจจะเพิ่ม “ระดับความแค้น” ระหว่างผู้เล่นกับแก๊งอาชญากรรมในเกมให้คล้ายระบบการไล่ล่าของตำรวจ กล่าวคือ เมื่อผู้เล่นไปก่อเรื่องกับสมาชิกแก๊ง พวกเขาจะไม่ลืมกันง่าย ๆ และจะตามล้างตามเช็ดต่อเนื่องแทนที่จะสงบศึกทันทีเหมือนในเกมเวอร์ชันปกติ ผู้เขียนมองว่านี่เป็นจุดที่ GTA 5 ขาดไป เพราะแม้ผู้เล่นจะยิงแก๊งต่าง ๆ กลางเมือง พวกเขาก็มักเลิกสนใจเมื่อออกนอกสายตา ไม่เหมือนตำรวจที่ยังพยายามตามล่าอยู่ช่วงหนึ่ง
เพื่อทดสอบม็อดดังกล่าว ผู้เขียนเทเลพอร์ตไปย่าน Grove Street และเริ่มยิงสมาชิกแก๊ง Ballas ทันที ผลลัพธ์ช่วงแรกดูเหมือนจะเป็นไปตามที่คาด เพราะแผนที่ย่อเต็มไปด้วยวงสีแดงและส้มจำนวนมากที่บอกว่ามีสมาชิกแก๊งจำนวนมากโกรธผู้เล่นอย่างหนัก และยังมีดาวหมายจับติดขึ้นมาด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนยังไม่แน่ชัดว่าดาวดังกล่าวมาจากฝั่งแก๊งหรือเป็นตำรวจที่ไม่พอใจการยิงกันบนถนน
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือความวุ่นวายที่ไม่ตรงตามเจตนาของม็อดเท่าไรนัก เพราะแทนที่แก๊งจะรุมเล่นงานผู้เล่นอย่างต่อเนื่อง พวก Ballas กลับเริ่มหันไปสู้กันเองมากขึ้น บางส่วนหลบหลังที่กำบัง บางส่วนเปิดฉากยิงใส่พวกเดียวกัน และยังมีฉากที่สุนัขโรต์ไวเลอร์ถูกปล่อยออกมาจนดูเหมือนทุกอย่างยิ่งสับสนกว่าเดิม ขณะเดียวกัน ระบบรถยนต์ในเกมก็ยังคงปั่นป่วนแบบ GTA ตามปกติ รถต่าง ๆ วิ่งตัดกันไปมาอย่างไร้กฎเกณฑ์ ทำให้ภาพรวมของสถานการณ์ยิ่งอลหม่าน
สุดท้ายแม้แผนที่ย่อจะยังแสดงศัตรูเป็นสีแดงอยู่ แต่การยิงกันกลับเลือนเป้าหมายจากผู้เล่นไปสู่การฆ่ากันเองของแก๊ง Ballas เอง จนดูเหมือนระบบ “ชื่อเสียงความน่ากลัว” ที่เพิ่มเข้ามากลายเป็นแรงกระตุ้นให้พวกเดียวกันหันมาเป็นศัตรูกันเสียมากกว่า ผู้เขียนปิดท้ายด้วยน้ำเสียงขำขันว่าเรื่องนี้ยังต้องใช้เวลาทำความเข้าใจต่อไป และยังไม่แน่ใจว่าข้อสรุปเชิงศีลธรรมหรือเชิงเกมเพลย์ของการทดลองครั้งนี้คืออะไร
โดยรวม บทความนี้เป็นบันทึกเชิงทดลองเกี่ยวกับม็อด GTA 5 มากกว่าจะเป็นการรีวิวเชิงเทคนิค มันสะท้อนเสน่ห์ของฉากม็อดเกมบนพีซีที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นดัดแปลงระบบโลกในเกมได้ตามใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นว่าการเสริมระบบจำลองที่ซับซ้อนเข้าไป อาจสร้างผลลัพธ์คาดไม่ถึงและตลกร้ายได้ไม่แพ้การเล่นเกมตามปกติ


