ผู้กำกับ Final Fantasy 7 Revelation เผยพยายามเต็มที่เพื่อให้เกมออกเวอร์ชันแผ่น
นาโอกิ ฮามากุจิ ผู้กำกับ Final Fantasy 7 Revelation ออกมาอธิบายกระแสถกเถียงเรื่องรูปแบบวางจำหน่ายของเกม หลังจากมีแฟน ๆ เรียกร้องให้ Square Enix ออก “แผ่นเต็ม” แทนการใช้แนวทางที่พึ่งพาการดาวน์โหลดเพิ่ม…

นาโอกิ ฮามากุจิ ผู้กำกับ Final Fantasy 7 Revelation ออกมาอธิบายกระแสถกเถียงเรื่องรูปแบบวางจำหน่ายของเกม หลังจากมีแฟน ๆ เรียกร้องให้ Square Enix ออก “แผ่นเต็ม” แทนการใช้แนวทางที่พึ่งพาการดาวน์โหลดเพิ่มเติม โดยเขายืนยันว่าได้พยายามผลักดันให้มีฉบับแผ่นมากที่สุดเท่าที่ทำได้ แม้อุตสาหกรรมเกมจะกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคที่สื่อทางกายภาพมีบทบาทลดลงเรื่อย ๆ
ฮามากุจิกล่าวว่าเขาเติบโตมากับการซื้อเกมแบบกล่องและแผ่น จึงเข้าใจดีว่าทำไมผู้เล่นจำนวนมากถึงให้คุณค่ากับสื่อจริง ทั้งในแง่การสะสม การเก็บรักษา และความผูกพันกับผลงานที่ชอบ เขาย้ำว่าตนเองก็มีความชอบส่วนตัวต่อเวอร์ชันแผ่น โดยเฉพาะกับเกมที่รู้สึกผูกพันเป็นพิเศษ รวมถึงมองว่าสื่อจริงยังมีคุณค่าทางอารมณ์สำหรับคนทำงานในวงการด้วย
อย่างไรก็ตาม เวอร์ชันที่ประกาศไว้สำหรับ Final Fantasy 7 Revelation ไม่ได้เป็น “แผ่นเต็ม” ตามที่แฟนบางส่วนต้องการ เพราะแม้จะมีแผ่นวางจำหน่ายบนเครื่องคอนโซล แต่ผู้เล่นยังต้องดาวน์โหลดข้อมูลส่วนใหญ่เพิ่มเติมเพื่อเล่นเกมให้ครบถ้วน รูปแบบนี้ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์จากกลุ่มที่ต้องการให้สินค้าดิสก์ทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตมากนัก ขณะเดียวกัน ฮามากุจิยอมรับว่าเข้าใจแรงกดดันและคำวิจารณ์เหล่านั้น
เขาอธิบายด้วยว่า การตัดสินใจเรื่อง SKU รูปแบบการขาย และลักษณะการจัดจำหน่ายเป็นหน้าที่ของทีมพับลิชชิงมากกว่าตัวผู้กำกับ แต่ตนก็ใช้ตำแหน่งของตัวเองผลักดันข้อเสนอให้มีเวอร์ชันแผ่นมากที่สุด จนเกิดการเจรจาทั้งภายในและกับพาร์ตเนอร์ภายนอก และท้ายที่สุดนำไปสู่การวางจำหน่ายแบบมีดิสก์ในบางแพลตฟอร์ม แม้ผลลัพธ์จะยังไม่ถูกใจทุกฝ่ายก็ตาม
นอกจากนี้ ฮามากุจิยังมองภาพรวมของอุตสาหกรรมว่า โลกเกมกำลังค่อย ๆ เคลื่อนไปสู่อนาคตที่แทบไร้แผ่น โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นบนพีซีและคอนโซลจำนวนมากคุ้นเคยกับการดาวน์โหลดเกมโดยตรงจากร้านดิจิทัล เขาเชื่อว่าสื่อจริงอาจยังไม่หายไปในทันที แต่อาจเปลี่ยนรูปแบบจนเหลือเพียงซองที่บรรจุรหัสดาวน์โหลดแทนแผ่นจริงในอนาคตอันใกล้
บทสัมภาษณ์นี้สะท้อนทั้งความพยายามของทีมพัฒนาในการประคองความต้องการของแฟนเกมสายสะสม และความจริงของตลาดที่กำลังเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น ขณะที่การเปิดตัว Final Fantasy 7 Revelation มีกำหนดในปี 2027 ก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญของการประนีประนอมระหว่างความคาดหวังของผู้เล่นกับทิศทางธุรกิจของวงการเกมในยุคใหม่


