Logitech ฟื้นตำนาน Blue Yeti ด้วย Yeti 2 ที่ใส่แมชชีนเลิร์นนิงมาในตัว
Logitech กลับมาปัดฝุ่นแบรนด์ Blue Yeti ที่หลายคนคุ้นเคย ด้วยการเปิดตัวไมโครโฟนรุ่นใหม่ Yeti 2 ซึ่งถือเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่หลังจากผ่านมาหลายปี และรอบนี้บริษัทเลือกใส่ความสามารถด้านแมชชีนเลิร์นนิง…

Logitech กลับมาปัดฝุ่นแบรนด์ Blue Yeti ที่หลายคนคุ้นเคย ด้วยการเปิดตัวไมโครโฟนรุ่นใหม่ Yeti 2 ซึ่งถือเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่หลังจากผ่านมาหลายปี และรอบนี้บริษัทเลือกใส่ความสามารถด้านแมชชีนเลิร์นนิงเข้าไปในตัวฮาร์ดแวร์โดยตรง แทนที่จะเป็นเพียงซอฟต์แวร์เสริมแบบเดิม จุดขายหลักของรุ่นนี้จึงไม่ได้มีแค่ดีไซน์ที่ยังคงกลิ่นอาย Yeti แต่ยังรวมถึงฟังก์ชันอัจฉริยะอย่างการติดตามเสียงผู้ใช้ การตัดเสียงรบกวน และหน้าจอ OLED สำหรับควบคุมการตั้งค่าต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น
ในงานทดสอบภาคสนาม ผู้รีวิวระบุว่า Yeti 2 ให้ความรู้สึกและคุณภาพเสียงใกล้เคียงกับไมโครโฟนตระกูล Yeti ที่คนเคยใช้กันมา คือใช้งานง่ายและเสียงดีพอสำหรับการสตรีม พอดแคสต์ หรือการบันทึกเสียงทั่วไป แม้จะมีลูกเล่น AI อยู่มาก แต่ตัวเครื่องยังถูกออกแบบให้ใช้งานแบบเสียบแล้วใช้ได้เลย โดยมีโหมดสำเร็จรูปสำหรับงานต่าง ๆ เช่น เพลงและพอดแคสต์ พร้อมให้ผู้ใช้ปรับแต่งลึกขึ้นผ่านซอฟต์แวร์ G Hub หรือปรับบนหน้าจอของไมค์ได้โดยตรง
อีกฟีเจอร์สำคัญคือโหมด voice following ที่ใช้แมชชีนเลิร์นนิงช่วยปรับทิศทางการรับเสียงให้ตามตำแหน่งผู้พูด โดยอาศัยการตรวจจับเสียงและการรับรู้ตำแหน่งศีรษะจากเซนเซอร์เฉพาะ Logitech ยืนยันว่าเซนเซอร์นี้ไม่ใช่กล้องและไม่เก็บข้อมูลใบหน้า ผู้ทดสอบบอกว่าฟีเจอร์นี้ทำงานได้ดี และภาพบนหน้าจอของไมค์ช่วยให้เห็นได้ชัดว่าทิศทางการรับเสียงกำลังเปลี่ยนตามผู้พูดอย่างไร
ส่วนระบบลดเสียงรบกวนก็ได้รับคำชมอย่างมาก โดยในการทดสอบในห้องที่มีเสียงคนคุยกันเยอะ ระดับ 1 สามารถลดเสียงพื้นหลังได้เกือบหมด ขณะที่ระดับ 2 ตัดเสียงรบกวนออกไปได้เกือบทั้งหมดโดยยังรักษาความอิ่มของเสียงพูดไว้ได้ดี อย่างไรก็ตาม ระดับ 3 เริ่มกระทบย่านความถี่ของเสียงผู้พูด จึงเหมาะใช้งานเพียงระดับต่ำถึงกลางมากกว่า
นอกจากนี้ Yeti 2 ยังมีระบบตรวจจับเสียงแตกหรือ clipping พร้อมตัวแสดงผลบนหน้าจอที่ปรับแต่งได้ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สร้างพิกเซลอาร์ตของตัวเองมาแทนสัญลักษณ์เริ่มต้นบนจอได้ รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้สะท้อนว่า Logitech ต้องการให้ไมค์รุ่นนี้เป็นทั้งอุปกรณ์ที่ใช้งานจริงได้ดี และเป็นของแต่งโต๊ะที่มีความสนุกในการปรับแต่งไปพร้อมกัน
ด้านราคา รุ่นนี้เปิดมาที่ 160 ดอลลาร์ หรือ 140 ปอนด์ ซึ่งผู้เขียนมองว่าไม่ถูก แต่ก็ยังอยู่ในช่วงราคาของไมโครโฟน USB ระดับไฮเอนด์ที่ตลาดยอมรับได้ เมื่อเทียบกับฟีเจอร์และคุณภาพเสียงที่ได้ ถือว่าเป็นการวางตำแหน่งสินค้าที่ไม่ได้เว่อร์เกินไปสำหรับคนที่ต้องการไมค์ตัวใหม่แบบจริงจัง
ภาพรวมแล้ว บทความมองว่า Yeti 2 เป็นหนึ่งในตัวอย่างไม่กี่กรณีที่การใส่ AI หรือแมชชีนเลิร์นนิงลงในผลิตภัณฑ์ดูมีเหตุผลและใช้งานได้จริง มากกว่าจะเป็นแค่คำโฆษณา ผู้เขียนซึ่งโดยปกติไม่ค่อยชอบสินค้าที่ชู AI เป็นจุดขาย กลับประทับใจเพราะฟีเจอร์ต่าง ๆ ช่วยให้การใช้งานง่ายขึ้นและมีประโยชน์ชัดเจน จึงอาจนับเป็นการกลับมาที่น่าสนใจของไมค์ Blue Yeti หลังจากที่ผู้ใช้รอภาคต่อมานานมาก


