The Verge ชี้เพลงจาก Suno ของ 1010Benja ทำให้ต้องทบทวนมุมมองต่อดนตรี AI
บทความของ The Verge ตั้งคำถามกับท่าทีที่หลายคน—including ผู้เขียนเอง—มักมีต่อเพลงที่สร้างด้วย generative AI โดยเฉพาะผลงานจาก Suno ที่มักถูกมองว่าน่าเบื่อหรือขาดเอกลักษณ์ แต่กรณีของ 1010Benja กลับทำให้…

บทความของ The Verge ตั้งคำถามกับท่าทีที่หลายคน—including ผู้เขียนเอง—มักมีต่อเพลงที่สร้างด้วย generative AI โดยเฉพาะผลงานจาก Suno ที่มักถูกมองว่าน่าเบื่อหรือขาดเอกลักษณ์ แต่กรณีของ 1010Benja กลับทำให้ภาพดังกล่าวสั่นคลอน เพราะเพลง “Semiramis’ Dream” จากผลงานชุดล่าสุดของเขาถูกมองว่าน่าฟังและมีพลังเกินกว่าที่คาดไว้
ผู้เขียนเปิดประเด็นด้วยการยอมรับว่าโดยทั่วไปไม่ค่อยประทับใจกับดนตรีที่สร้างจาก AI แม้จะไม่ได้ปฏิเสธแนวคิดว่า AI อาจมีที่ทางในงานเพลงก็ตาม แต่เมื่อได้ฟังเพลงนี้ก็พบว่ามันมีเสน่ห์จับหู มีจังหวะที่ดึงความสนใจได้ทันที และแตกต่างจากภาพจำของเพลง AI ที่มักถูกตำหนิว่าไร้ชีวิตชีวา
1010Benja แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่ได้ขออภัยกับการใช้ AI ในการทำเพลง และนำเครื่องมือนี้มาใช้ใน EP ชุดใหม่ชื่อ Time Has Nothing To Do With What You Choose… ซึ่งสะท้อนว่าศิลปินมอง AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือทดลอง แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์งานดนตรีของตนเอง
อย่างไรก็ตาม บทความก็ไม่ได้ยกย่องทั้งชุดแบบไม่มีเงื่อนไข เพราะยังชี้ว่าอีกสามแทร็กใน EP เดียวกันไม่สามารถเทียบกับความโดดเด่นของเพลงเปิดได้ ทำให้ “Semiramis’ Dream” กลายเป็นจุดที่เด่นที่สุดและเป็นตัวอย่างสำคัญว่าผลงานจาก AI ไม่จำเป็นต้องฟังดูแบนหรือไร้อารมณ์เสมอไป
โดยรวม ชิ้นนี้สะท้อนการถกเถียงที่ยังดำเนินอยู่ในวงการดนตรีเกี่ยวกับบทบาทของ AI ทั้งในฐานะเครื่องมือสร้างสรรค์และในฐานะสิ่งที่ยังสร้างความกังวลด้านคุณภาพและความเป็นศิลปิน แต่กรณีของ 1010Benja แสดงให้เห็นว่าเมื่อการใช้งานทำได้ดี เพลงที่ผลิตด้วย AI ก็อาจท้าทายอคติเดิม ๆ ของผู้ฟังได้


