ลองเล่นรีเมก Ocarina of Time บน Switch 2 แล้วพบว่ายังยอดเยี่ยมเกินกว่าพลังความคิดถึง
บทความนี้เป็นพรีวิวจาก IGN ที่เล่าประสบการณ์ของผู้เขียนซึ่งไม่เคยเล่น The Legend of Zelda: Ocarina of Time ฉบับต้นฉบับอย่างจริงจัง แต่ได้ลองเดโมของเวอร์ชันรีเมกบน Switch 2 เป็นเวลาราว 2 ชั่วโมง และพบ…

บทความนี้เป็นพรีวิวจาก IGN ที่เล่าประสบการณ์ของผู้เขียนซึ่งไม่เคยเล่น The Legend of Zelda: Ocarina of Time ฉบับต้นฉบับอย่างจริงจัง แต่ได้ลองเดโมของเวอร์ชันรีเมกบน Switch 2 เป็นเวลาราว 2 ชั่วโมง และพบว่าเกมยังทรงเสน่ห์ในฐานะงานออกแบบที่สำคัญของวงการเกม ไม่ได้พึ่งพาแค่ความคิดถึงของแฟนรุ่นเก่าเท่านั้น ผู้เขียนมองว่าการเล่นครั้งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนขุดค้น “โบราณวัตถุ” ทางวัฒนธรรมที่ยังเปล่งประกายและมีอิทธิพลต่อเกมจำนวนมากในปัจจุบัน
ในการทดสอบ เดโมครอบคลุมช่วง Kokiri Forest, Castle Town และโดยเฉพาะ Forest Temple ซึ่งถูกยกเป็นตัวอย่างเด่นของงานออกแบบดันเจียนแบบคลาสสิก ผู้เขียนชื่นชมโครงสร้างเขาวงกตที่ค่อย ๆ พาผู้เล่นไขปริศนา เปิดทางลัด และเชื่อมพื้นที่กลับสู่ศูนย์กลางอย่างชาญฉลาด พร้อมการบอกใบ้ที่ชัดเจนพอให้ทดลอง แต่ไม่จับมือจนเกินไป ทำให้เกิดจังหวะ “อ๋อ เข้าใจแล้ว” หลายครั้งตลอดการเล่น
บทความยังชี้ให้เห็นว่า Ocarina of Time วางรากฐานให้เกมยุคหลังหลายแนว ทั้งระบบการต่อสู้ที่มีจังหวะรับ-โต้แบบอ่านทางศัตรู ซึ่งผู้เขียนโยงไปถึง Batman Arkham รวมถึงการออกแบบพื้นที่ที่เชื่อมถึงกันและปลดล็อกทางลัด ซึ่งทำให้นึกถึง Dark Souls นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงกลไกหมุนโครงสร้างของวัดใน Forest Temple ที่ชวนให้นึกถึงเกมอย่าง Dishonored 2 และ Fez ซึ่งสะท้อนว่าแนวคิดในเกมอายุกว่า 20 ปีนี้ยังมีอิทธิพลต่อดีไซน์เกมสมัยใหม่อย่างมาก
อีกประเด็นที่สำคัญคือการปรับให้เข้ากับยุคปัจจุบัน โดยรีเมกนี้เพิ่มปุ่มกระโดดเข้ามา ทำให้ Link ควบคุมคล้ายเกม Zelda ยุคใหม่มากขึ้น และช่วยลดความแข็งทื่อที่อาจเกิดจากมาตรฐานการเล่นของเกมยุค N64 ผู้เขียนมองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เหมาะสม เพราะเกมแนวแอ็กชันผจญภัยสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับความลื่นไหลและอิสระมากขึ้น แม้โครงสร้างปริศนาจะยังเป็นหัวใจเดิมก็ตาม
โดยรวมแล้ว ผู้เขียนสรุปว่ารีเมก Ocarina of Time ไม่ได้ดูเก่าอย่างที่กังวลไว้ล่วงหน้า แต่กลับให้ความรู้สึกสดใหม่และสนุกอย่างจริงจัง แม้จะเล่นเพียงช่วงสั้น ๆ ก็เพียงพอจะทำให้เชื่อว่าเกมนี้ยังมีคุณค่ามากพอสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ ไม่ใช่แค่การรำลึกอดีตสำหรับแฟนเดิมเท่านั้น และเมื่อเกมวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน ก็แทบไม่มีข้ออ้างที่จะไม่ลองสัมผัสผลงานระดับตำนานนี้อีกครั้ง


