จอห์น คาร์แม็กย้อนเล่น Doom อีกครั้งที่ QuakeCon ยืนยันยังเป็นเกมระดับตำนาน
ในงาน QuakeCon ปีนี้ที่เมืองเกย์ลอร์ด รัฐเท็กซัส กลุ่มผู้ก่อตั้งและบุคคลสำคัญยุคบุกเบิกของ id Software มารวมตัวกันเพื่อร่วมเสวนาย้อนอดีตและพบปะกันอีกครั้ง หนึ่งในประเด็นที่ดึงความสนใจคือจอห์น คาร์แม็ก…

ในงาน QuakeCon ปีนี้ที่เมืองเกย์ลอร์ด รัฐเท็กซัส กลุ่มผู้ก่อตั้งและบุคคลสำคัญยุคบุกเบิกของ id Software มารวมตัวกันเพื่อร่วมเสวนาย้อนอดีตและพบปะกันอีกครั้ง หนึ่งในประเด็นที่ดึงความสนใจคือจอห์น คาร์แม็ก ผู้ร่วมก่อตั้งและโปรแกรมเมอร์ระดับตำนานของค่าย ได้กลับไปลองเล่น Doom เวอร์ชันของ Evercade ระหว่างงาน และออกมาเล่าด้วยตัวเองว่าตัวเกมยังคงสนุกและเล่นได้ดีแม้เวลาจะผ่านมานานมากแล้ว
คาร์แม็กโพสต์บน X ว่าเขาตั้งใจลองเล่นไม่นาน แต่กลับเผลอเล่นต่อจนผ่านไปถึงด่าน 4 และต้องใช้เวลาพอสมควรในการนึกตำแหน่งคีย์การ์ดให้ได้ ก่อนจะใช้เวลาประมาณ 15 นาทีในด่าน 4 และ 5 ซึ่งสะท้อนว่าเขาอาจไม่ได้คุ้นมือกับฉากเดิมเหมือนในอดีตนัก อย่างไรก็ตาม เขายังสรุปชัดเจนว่า Doom ยังคงเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมแม้ผ่านไปหลายปี
บทความยังชี้ให้เห็นว่าเวลาของคาร์แม็กในครั้งนี้น่าจะช้ากว่ามาตรฐานของเกมพอสมควร โดยยกตัวอย่างเวลาเป้าหมายของด่านดังกล่าวในเกมต้นฉบับที่สั้นกว่านั้นมาก แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความเร็ว หากอยู่ที่พลังของตัวเกมซึ่งยังดึงดูดทั้งผู้สร้างและผู้เล่นได้เสมอแม้จะเป็นผลงานจากยุคบุกเบิกของเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง
ผู้เขียนยังสะท้อนความน่าสนใจในมุมที่นักพัฒนามองผลงานของตัวเองเมื่อเวลาผ่านไป โดยเปรียบเทียบกับจอห์น โรเมโร ผู้ร่วมสร้าง Doom อีกคนที่ยังกลับไปทำคอนเทนต์ต่อยอดเกมนี้อยู่ ขณะเดียวกันก็โยงไปถึงกรณีของสเวน วินเคอ จาก Larian ที่เคยบอกว่าไม่กล้าย้อนกลับไปเล่น Ultima 7 เพราะกลัวภาพจำเดิมจะไม่เหมือนความทรงจำในวัยเด็ก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้สร้างกับผลงานเก่ามักซับซ้อนกว่าที่คิด
โดยภาพรวม บทความนี้ใช้เหตุการณ์สั้น ๆ ใน QuakeCon เพื่อย้ำสถานะของ Doom ในฐานะเกมคลาสสิกที่ยังทรงอิทธิพลอย่างมาก ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ของวงการเกมและในแง่ความสนุกที่ยังยืนระยะได้จริง แม้ผู้ร่วมสร้างเองจะไม่ได้เล่นคล่องเหมือนเดิม แต่คำยืนยันของคาร์แม็กก็ทำให้เห็นว่ามาตรฐานความเป็นอมตะของ Doom ยังไม่เสื่อมคลาย


