โคจิมะยกย่อง Backrooms ของ Kane Parsons บอก “ประทับใจสุดๆ”
ฮิเดโอะ โคจิมะ ผู้กำกับเกมระดับตำนานและคอหนังตัวยง ออกมาชื่นชมภาพยนตร์ Backrooms ของเคน พาร์สันส์อย่างมาก โดยบอกว่ารู้สึก “ประทับใจสุดๆ” กับงานชิ้นนี้ และมองว่ามันเป็นการผสมระหว่างความคิดถึงอดีตกับ…

ฮิเดโอะ โคจิมะ ผู้กำกับเกมระดับตำนานและคอหนังตัวยง ออกมาชื่นชมภาพยนตร์ Backrooms ของเคน พาร์สันส์อย่างมาก โดยบอกว่ารู้สึก “ประทับใจสุดๆ” กับงานชิ้นนี้ และมองว่ามันเป็นการผสมระหว่างความคิดถึงอดีตกับความแปลกใหม่ในรูปแบบศิลปะที่ทรงพลัง
โคจิมะอธิบายว่าหนังเรื่องนี้ทำให้เขานึกถึงเกมยุคบุกเบิก โดยเฉพาะงานภาพแบบกึ่งสามมิติจากยุค 2D ก่อนที่กราฟิกโพลิกอนและเท็กซ์เจอร์จะพัฒนามาอย่างที่เห็นในปัจจุบัน เขาเชื่อว่าความรู้สึกของ “เขาวงกตดิจิทัล” และพื้นที่ซ้ำๆ ที่ไม่ยึดกับกฎสถาปัตยกรรม ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง และชวนให้คิดถึงสมัยที่ผู้เล่นต้องวาดแผนที่บนกระดาษกราฟเพื่อไม่ให้หลงทาง
ในมุมของโคจิมะ หนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังสยองขวัญจากกระแสออนไลน์ แต่เป็นงานกำกับที่ใช้ภาพ เสียง และการจัดองค์ประกอบเพื่อสร้างความอึดอัดทางจิตวิทยา เขาเปรียบ Backrooms ว่าเป็นเวอร์ชันยุคศตวรรษที่ 21 ของ CUBE ที่ผสมกลิ่นอายเซอร์เรียลลิสม์และคิวบิสม์เข้ากับประสบการณ์แบบเกมยุค 1980s และโลกสมัยใหม่
Backrooms เองสร้างจากครีปีพาสตาและคอนเซปต์สยองขวัญบนอินเทอร์เน็ตที่เติบโตจากชุมชนออนไลน์ ก่อนแตกแขนงออกเป็นทั้งเกม หนังสั้น และงานแฟนเมดมากมาย ภาพยนตร์เวอร์ชันนี้ของพาร์สันส์ซึ่งเป็นผลงานกำกับเรื่องแรกได้รับคำชมจากนักวิจารณ์และทำสถิติหลายด้านหลังเข้าฉาย
หลังโพสต์ของโคจิมะเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนๆ เข้ามาแซวและแสดงความเห็นกันจำนวนมาก บางคนถึงกับล้อว่าเขาควร “สแกน” พาร์สันส์ไปใช้ในเกมของตัวเอง ซึ่งเป็นมุกอ้างอิงถึงแนวทางของโคจิมะในการสแกนนักแสดงและบุคคลจริงมาใช้ในผลงานอย่าง Death Stranding และ OD
ด้านพาร์สันส์ยังไม่ได้ตอบกลับคำชมของโคจิมะโดยตรง แต่ที่ผ่านมาเขาเพิ่งออกมาแก้สถานการณ์กรณีงานแฟนอาร์ตของ Backrooms ถูกแจ้งลบหรือถูกปิดกั้นบนบางแพลตฟอร์ม โดยระบุว่าได้คุยกับ A24 แล้วและคำสั่งเหล่านั้นถูกถอนออก พร้อมย้ำว่าสตูดิโอให้ความสำคัญกับการปกป้องชุมชนแฟนๆ มาโดยตลอด
ความสำเร็จของ Backrooms ยังช่วยเปิดทางให้โปรเจกต์หนังจากครีปีพาสตาเรื่องอื่นๆ เดินหน้าได้มากขึ้น เช่น Siren Head, Cartoon Cat และ Mandela Catalogue สะท้อนว่าพื้นที่สยองขวัญจากวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตกำลังขยายตัวจากคอนเทนต์แฟนเมดไปสู่ตลาดภาพยนตร์กระแสหลักมากขึ้น


