สหรัฐฯ ใช้โดรนสอดส่องพลุเถื่อนช่วง 4 กรกฎาคม นำไปสู่ค่าปรับ 1 แสนดอลลาร์
หลายเมืองและเทศบาลในสหรัฐฯ หันมาใช้โดรนช่วยเฝ้าระวังการจุดพลุและดอกไม้ไฟผิดกฎหมายในช่วงฉลองวันชาติ 4 กรกฎาคม ซึ่งปีนี้ยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้นเพราะเป็นวาระครบรอบ 250 ปีของประเทศ แนวทางนี้ถูกใช้ทั้ง…

หลายเมืองและเทศบาลในสหรัฐฯ หันมาใช้โดรนช่วยเฝ้าระวังการจุดพลุและดอกไม้ไฟผิดกฎหมายในช่วงฉลองวันชาติ 4 กรกฎาคม ซึ่งปีนี้ยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้นเพราะเป็นวาระครบรอบ 250 ปีของประเทศ แนวทางนี้ถูกใช้ทั้งเพื่อจับภาพผู้ฝ่าฝืนและเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าให้ประชาชนรู้ว่าพื้นที่ต่าง ๆ จะถูกติดตามมากขึ้นในอนาคต
หน่วยงานตำรวจและดับเพลิงจำนวนหนึ่งระบุว่า การใช้โดรนร่วมกับการปรับเงินจำนวนสูงเป็นมาตรการยับยั้งพฤติกรรมจุดพลุเถื่อน หลังจากเหตุการณ์ลักษณะนี้สร้างปัญหามาเป็นเวลานาน ทั้งไฟไหม้ อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน การบาดเจ็บ และการเสียชีวิตในบางกรณี รวมถึงมลพิษทางเสียงและอากาศที่รบกวนชุมชนที่อยู่อาศัย
กรณีที่โดดเด่นที่สุดปีนี้เกิดขึ้นในเมืองซาคราเมนโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งหน่วยดับเพลิงท้องถิ่นนำโดรนของตัวเองออกใช้เป็นครั้งแรกในวันชาติ และสามารถใช้ข้อมูลจากภาพความละเอียดสูงเพื่อช่วยนักสืบค้นหาจุดที่คาดว่าเป็นต้นทางของการจุดพลุผิดกฎหมาย รายงานระบุว่าผลจากปฏิบัติการนี้นำไปสู่ค่าปรับสูงถึง 100,000 ดอลลาร์
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงอธิบายว่าโดรนมีประโยชน์ในการบันทึกภาพเหตุการณ์จากมุมสูงและช่วยระบุตำแหน่งบ้านหรือพื้นที่ใกล้เคียงผ่านเครื่องมืออย่าง Google Maps ทำให้การสืบสวนแม่นยำขึ้น แนวโน้มนี้สะท้อนว่าหน่วยงานฉุกเฉินทั่วสหรัฐฯ กำลังนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับมาใช้มากขึ้น ไม่ใช่แค่เพื่อเฝ้าระวังเหตุเพลิงไหม้หรือภัยพิบัติ แต่ยังรวมถึงการบังคับใช้กฎหมายในงานกิจกรรมสาธารณะขนาดใหญ่ด้วย


