เบื้องหลังวิกฤตศูนย์ข้อมูลยักษ์ของ Kevin O’Leary ในยูทาห์
บทความนี้พาไปดูการสืบสวนของ The Verge เกี่ยวกับโครงการศูนย์ข้อมูลขนาดมหึมาในยูทาห์ของ Kevin O’Leary ซึ่งตั้งเป้าจะสร้างแคมปัส AI บนพื้นที่ราว 40,000 เอเคอร์ ใช้ไฟฟ้าสูงถึง 9 กิกะวัตต์ และถูกวางตัวให้…

บทความนี้พาไปดูการสืบสวนของ The Verge เกี่ยวกับโครงการศูนย์ข้อมูลขนาดมหึมาในยูทาห์ของ Kevin O’Leary ซึ่งตั้งเป้าจะสร้างแคมปัส AI บนพื้นที่ราว 40,000 เอเคอร์ ใช้ไฟฟ้าสูงถึง 9 กิกะวัตต์ และถูกวางตัวให้เป็นศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลก โครงการนี้ใช้ชื่อทางการว่า Stratos แต่รู้จักกันกว้างขวางในชื่อ Wonder Valley โดยอ้างอิงฉายาของ O’Leary จากรายการ Shark Tank
ประเด็นสำคัญของเรื่องไม่ใช่แค่ความทะเยอทะยานของโครงการ แต่คือกระบวนการผลักดันที่เกิดขึ้นแทบจะลับหลังชุมชนท้องถิ่น ผู้เกี่ยวข้องระดับรัฐและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนไม่กี่คนรู้เรื่องนี้ก่อน ขณะที่คนส่วนใหญ่ในเคาน์ตีและชาวบ้านเพิ่งมารู้เมื่อ O’Leary ออกสื่อประกาศอย่างโจ่งแจ้งว่ากำลังจะสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ในพื้นที่ กระบวนการสื่อสารที่ปิดและการเดินเกมเชิงการเมืองแบบเร่งรัดทำให้โครงการกลายเป็นชนวนความไม่พอใจในวงกว้าง
หัวใจของปัญหาอยู่ที่การใช้หน่วยงานของรัฐชื่อ MIDA ซึ่งมีอำนาจพิเศษด้านการพัฒนาโครงการที่เกี่ยวพันกับการทหารและสามารถช่วยเร่งการอนุมัติเรื่องผังเมือง ภาษี และการใช้ที่ดินได้อย่างมาก ในทางปฏิบัติหน่วยงานนี้แทบทำหน้าที่คล้ายรัฐบาลท้องถิ่นของพื้นที่โครงการ ทำให้ผู้พัฒนาได้เปรียบอย่างมากในการข้ามขั้นตอนที่ปกติใช้เวลานานสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม แม้ MIDA จะอนุมัติไปก่อนแล้ว แต่รัฐบาลท้องถิ่นของเคาน์ตีกลับยังไม่ให้ความยินยอม และที่สำคัญคือยังไม่ได้รับการแจ้งอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้น ข้อมูลในบทความชี้ว่ากระบวนการพูดคุยเริ่มตั้งแต่ต้นปี ผ่านระดับผู้ว่าการรัฐและถูกส่งต่อไปยัง MIDA ก่อนที่สาธารณะจะทราบเรื่องมากนัก นี่สะท้อนรูปแบบการเจรจาระหว่างรัฐต่างๆ และบรรดาบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ใช้แรงจูงใจด้านภาษีและที่ดินเป็นตัวแข่งขันกันคล้ายการประมูล
เมื่อชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นเริ่มรู้รายละเอียด ความขัดแย้งก็ทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว ผู้คนจำนวนมากไม่ต้องการให้โครงการขนาดมหึมานี้เกิดขึ้นในชุมชนของตน และมองว่าพวกเขาถูกกันออกจากกระบวนการตัดสินใจตั้งแต่ต้น บทความยังระบุว่าความตึงเครียดถึงขั้นนำไปสู่การฟ้องร้องหมิ่นประมาท หลัง O’Leary ออกไปออกรายการ Fox News และกล่าวหาคู่กรณีว่าเป็นสายลับจีน จนสถานีต้องออกมาขอโทษบนอากาศ
ในภาพใหญ่ เรื่องนี้สะท้อนมากกว่าความล้มเหลวของโครงการหนึ่งโครงการ มันชี้ให้เห็นทั้งการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับยุค AI ที่กำลังบูม และแรงต้านทางการเมืองที่ตามมาเมื่อโครงการเหล่านี้ไปกระทบอำนาจของชุมชนท้องถิ่น The Verge ชี้ว่าต่อให้บริษัทมีเงินทุนหรือแรงสนับสนุนระดับรัฐมากเพียงใด ก็ยังอาจสะดุดได้เมื่อข้ามความยินยอมของประชาชนและกระบวนการปกครองท้องถิ่น ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคที่เทคโนโลยีซื้อข้ามไม่ได้


