ผลประกอบการ Intel ไตรมาสล่าสุดส่งสัญญาณฟื้นตัว ทั้งโรงงานและยอดขายชิปดีเกินคาด
Intel รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ด้วยโทนที่ต่างจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างชัดเจน โดยตัวเลขรายได้ กำไรขั้นต้น และกำไรต่อหุ้นออกมาดีกว่าคาด ขณะที่ธุรกิจโรงงานผลิตชิป หรือ Intel Foundry ซึ่งเคย…

Intel รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ด้วยโทนที่ต่างจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างชัดเจน โดยตัวเลขรายได้ กำไรขั้นต้น และกำไรต่อหุ้นออกมาดีกว่าคาด ขณะที่ธุรกิจโรงงานผลิตชิป หรือ Intel Foundry ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นภาระสำคัญของบริษัท ก็เริ่มมีสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือท่าทีของซีอีโอ ลิป-บู ตัน ที่ดูมั่นใจในแผนพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตมากกว่าที่ผ่านมา เขาระบุว่าความเชื่อมั่นต่อโรดแมปของ Foundry เพิ่มขึ้นอย่างมาก และชี้ว่ากำลังการผลิตในสาย Intel 7, Intel 3 และ Intel 18A ทำได้เกินเป้าหมายภายใน จากอัตราผลผลิตที่ดีขึ้น เวลาการผลิตที่สั้นลง และการเริ่มเดินเครื่องเวเฟอร์เพิ่มขึ้น
Intel 18A เป็นโหนดสำคัญสำหรับชิปตระกูล Core Ultra รุ่นใหม่ และยังเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าบริษัทจะกลับมาแข่งขันด้านการผลิตขั้นสูงได้มากแค่ไหน รายงานยังอ้างถึงความเป็นไปได้ที่ชิปรุ่นใหญ่ในอนาคตอย่าง Nova Lake อาจกลับมาใช้ Intel 18A แทนการพึ่งโรงงานภายนอกในบางส่วน แม้เรื่องนี้ยังเป็นเพียงกระแสข่าวก็ตาม ขณะเดียวกัน ตันยังกล่าวว่าพัฒนาการของ Intel 14A ก้าวหน้าเกิน 18A ทั้งด้านความหนาแน่นของจุดบกพร่องและสมรรถนะของทรานซิสเตอร์
แม้ Foundry จะยังขาดทุนจากการดำเนินงานราว 2.1 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว แต่ตัวเลขดังกล่าวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนว่าต้นทุนและประสิทธิภาพเริ่มค่อย ๆ ดีขึ้น แม้จะยังห่างไกลจากการเป็นธุรกิจทำกำไร และยังเป็นงานใหญ่ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงต่อไป
ในภาพรวมของบริษัท Intel ระบุว่ารายได้ไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 16.1 พันล้านดอลลาร์ จาก 13.6 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อน และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 25% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่ดีที่สุดของบริษัทในรอบยาวนานมาก นอกจากนี้ ฝั่ง Client Computing and Physical AI Group ซึ่งรวมชิปสำหรับพีซีและเกมมิงพีซี ทำรายได้ 8.9 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสก่อน และยังดีกว่าที่ผู้บริหารคาดไว้
อย่างไรก็ตาม ภาพเชิงบวกนี้มาพร้อมข้อจำกัดสำคัญ คือดีมานด์ยังโตเร็วกว่าซัพพลาย Intel ระบุว่ากำลังผลิตชิปไม่พอรองรับคำสั่งซื้อ จึงต้องจัดสรรกำลังการผลิตไปให้ซีพียูและดาต้าเซ็นเตอร์มากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยเฉพาะฝั่งเซิร์ฟเวอร์ที่คาดว่าจะเป็นแหล่งเติบโตหลักในช่วงปลายปี ขณะที่ฝั่งลูกค้าทั่วไปและตลาดเกมมิงอาจชะลอลงตามภาวะขาดแคลนหน่วยความจำที่กระทบทั้งอุตสาหกรรม
โดยสรุป บทความมองว่า Intel อยู่ในจุดที่ความเชื่อมั่นของนักบริหารและผลประกอบการเริ่มสอดคล้องกันมากขึ้น หลังจากเคยถูกมองในเชิงลบอย่างหนักเมื่อปีก่อน แม้บริษัทยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกมากเมื่อเทียบกับ TSMC, AMD และ Nvidia แต่ทิศทางล่าสุดบ่งชี้ว่า Intel อาจกำลังค่อย ๆ กลับมามีแรงส่ง ทั้งในด้านการผลิตชิปเองและการขายซีพียูสำหรับตลาดพีซีและดาต้าเซ็นเตอร์


