ผู้สร้าง Edgerunners เผยยังไม่ล็อกตอนจบแคนนอนของ Cyberpunk 2077
Bartosz Sztybor ผู้เขียนบท ผู้อำนวยการสร้าง และโชว์รันเนอร์ของ Cyberpunk: Edgerunners ให้สัมภาษณ์หลังงาน Lucca Comics and Games เกี่ยวกับประเด็นที่แฟน ๆ ถกเถียงกันมากที่สุด ทั้งตัวตนของ V ที่อาจปรากฏ…

Bartosz Sztybor ผู้เขียนบท ผู้อำนวยการสร้าง และโชว์รันเนอร์ของ Cyberpunk: Edgerunners ให้สัมภาษณ์หลังงาน Lucca Comics and Games เกี่ยวกับประเด็นที่แฟน ๆ ถกเถียงกันมากที่สุด ทั้งตัวตนของ V ที่อาจปรากฏเป็นอีสเตอร์เอ้กในซีซันใหม่ และคำถามว่า CD Projekt เลือกตอนจบใดของ Cyberpunk 2077 ให้เป็นแคนนอนเพื่อปูทางให้ผลงานสปินออฟในอนาคตหรือไม่
ประเด็นเรื่องภาพที่หลายคนมองว่าอาจเป็น V ในฉากคลังข้อมูลนั้น Sztybor ยืนยันว่าเจตนาของทีมคือ “เปิดให้ตีความ” มากกว่าจะเฉลยตรง ๆ โดยเขาเน้นว่าบทสนทนาในฉากนั้นสำคัญกว่าการชี้ชัดตัวละครใดตัวละครหนึ่ง นั่นสะท้อนแนวทางที่ทีมสร้างใช้อยู่ คือไม่รีบปักหมุดคำตอบทุกอย่างให้แฟน แต่ปล่อยให้มีช่องว่างสำหรับการตีความและต่อยอด
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า การใส่รายละเอียดอ้างอิงจากเกมหรือสื่ออื่นไม่ได้ทำเพื่อเอาใจแฟนแบบผิวเผิน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างจักรวาล Cyberpunk ให้รู้สึกมีชีวิตและเชื่อมโยงกันอย่างเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ทีมงานพยายามทำให้แต่ละเรื่องเล่าได้ด้วยตัวเอง ไม่บังคับให้ผู้ชมต้องไปไล่ดูคอมิก เกม หรือซีรีส์หลายชิ้นก่อนถึงจะเข้าใจโครงเรื่องหลัก
เมื่อถูกถามตรง ๆ เรื่อง “ตอนจบแคนนอน” ของ Cyberpunk 2077 เพื่อใช้เป็นฐานของเรื่องราวหลังเกม Sztybor ตอบว่า มีการพูดคุยกับทีมลอร์ของ CD Projekt จริง แต่ไม่ได้ไปถึงขั้นฟันธงตอนจบใดตอนจบหนึ่งเป็นทางการ สิ่งที่ทีมยึดเป็นข้อมูลสำคัญคือ หลังเหตุการณ์ในเกม อำนาจของ Arasaka อ่อนแอลง ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เล่าเรื่อง Night City ในสภาพแวดล้อมใหม่ได้มากขึ้น โดยยังไม่ผูกมัดว่าเส้นทางของผู้เล่นแบบใดคือคำตอบเดียว
เขาย้ำว่าปรัชญาการเล่าเรื่องของ CD Projekt สำหรับทั้ง The Witcher และ Cyberpunk คือการสร้างงานที่ดูได้ อ่านได้ หรือเล่นได้แบบ “จบในตัว” แต่ถ้าคนดูอยากค้นหาเงื่อนงำเพิ่มเติม ก็จะมีร่องรอยให้ต่อจิ๊กซอว์ต่อได้เอง แนวทางนี้ต่างจากแฟรนไชส์บางแบบที่ต้องพึ่งพาสื่อหลายชิ้นเพื่อทำความเข้าใจเหตุการณ์และตัวละครทั้งหมด
สำหรับอนาคตของ Edgerunners ซีซัน 3 Sztybor บอกว่าเขามีไอเดียอยู่แล้ว และเชื่อว่ายังมีเรื่องราวอีกมากในจักรวาลนี้ แต่การจะเดินหน้าต่อจำเป็นต้องมีทั้ง “เรื่องที่ดีจริง” และทีมงานที่พร้อมอย่างเหมาะสม เขาเล่าว่าแม้หลังซีซัน 1 จะยังไม่มั่นใจว่าจะมีภาคต่อ แต่เมื่อมีแนวคิดที่ทำให้ทั้งเขาและ Studio Trigger ตื่นเต้น ก็จึงเกิดซีซัน 2 ขึ้นมาได้
อย่างไรก็ดี เขาไม่ได้ปิดประตูสำหรับอนาคต แต่ก็ไม่ได้รีบสัญญาว่าซีซัน 3 จะเกิดแน่นอน เพราะทีมไม่อยากสร้างงานที่ด้อยคุณภาพหรือเป็นเพียงภาคต่อเชิงพาณิชย์ สรุปแล้ว ซีซัน 2 ถูกมองว่าเป็นงานที่สมบูรณ์ในตัวเองอยู่แล้ว ส่วนความเป็นไปได้ของภาคถัดไปจะขึ้นอยู่กับว่ามีไอเดียและผู้กำกับที่เหมาะสมพอจะทำให้เรื่องใหม่ “คุ้มค่าแก่การเล่า” หรือไม่


