ปีนี้สมาร์ตโฟนเรือธงขึ้นราคาแทบทั้งอุตสาหกรรม
รายงานของ The Verge ชี้ว่าในปีนี้ผู้บริโภคแทบหลีกเลี่ยงการจ่ายแพงขึ้นสำหรับสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ไม่ได้ หลัง Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ Pro Max ด้วยราคาเริ่มต้นที่สูงขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 100 ดอลลาร์…

รายงานของ The Verge ชี้ว่าในปีนี้ผู้บริโภคแทบหลีกเลี่ยงการจ่ายแพงขึ้นสำหรับสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ไม่ได้ หลัง Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ Pro Max ด้วยราคาเริ่มต้นที่สูงขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 100 ดอลลาร์ ทำให้ประเด็น “ราคาเพิ่ม” กลายเป็นภาพชัดเจนของตลาดสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมในรอบนี้
สิ่งที่ทำให้สถานการณ์เด่นขึ้นคือ Apple ไม่ได้ขึ้นราคาเฉพาะรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังปรับราคาของ iPhone รุ่นเก่าขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ทางเลือกสำหรับคนที่อยากหลีกเลี่ยงราคาที่สูงขึ้นมีจำกัดกว่าที่เคย นั่นสะท้อนว่าผู้ผลิตรายใหญ่กำลังขยับโครงสร้างราคาใหม่ในฝั่งสมาร์ตโฟนระดับบนอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวสินค้ารุ่นพิเศษที่แพงขึ้นตามปกติ
The Verge ระบุว่ากระแสนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกับ Apple แต่เป็นแนวโน้มร่วมของผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรม โดย Google และ Samsung ก็เลือกเปิดตัวรุ่นใหม่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาในราคาที่ขยับขึ้นประมาณ 100 ดอลลาร์เช่นกัน ตัวอย่างคือ Pixel 11 ที่เริ่มต้นสูงกว่า Pixel 10 รุ่นก่อนหน้า ขณะที่ตระกูล Galaxy Z Fold รุ่นใหม่ก็เปิดราคาสูงขึ้นอย่างชัดเจนในกลุ่มจอพับระดับไฮเอนด์
ภาพรวมดังกล่าวบ่งชี้ว่าตลาดมือถือกำลังเข้าสู่ช่วงที่ผู้ผลิตมั่นใจมากขึ้นในการดันราคาขายปลีกของรุ่นเรือธง โดยอาจอาศัยเหตุผลด้านต้นทุนส่วนประกอบ ฟีเจอร์ระดับพรีเมียม และกลยุทธ์การทำกำไรจากผู้ใช้กลุ่มที่ยอมจ่ายแพงเพื่อเทคโนโลยีใหม่ ๆ มากกว่าการแข่งขันด้านราคาที่เคยรุนแรงในอดีต
สำหรับผู้ซื้อ ข่าวนี้สะท้อนว่า “อัปเกรดมือถือ” จะมีต้นทุนสูงขึ้น และการรอซื้อรุ่นเก่าลงมาอาจไม่ช่วยประหยัดได้มากเท่ากับก่อน เพราะผู้ผลิตรายใหญ่กำลังขยับราคาฐานของทั้งไลน์สินค้าไปในทิศทางเดียวกัน ผู้ที่ต้องการประเมินความคุ้มค่าจึงอาจต้องพิจารณาให้ชัดว่าฟีเจอร์ใหม่จำเป็นจริงหรือไม่ ก่อนตัดสินใจจ่ายในระดับราคาใหม่ของตลาด


