สหภาพนักแสดงญี่ปุ่นผลักดันกติกาเข้ม ห้าม AI ลอกเสียงนักแสดงที่เสียชีวิตโดยไร้สิทธิ์
สหภาพนักแสดงญี่ปุ่น ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 2,600 คน ทั้งนักแสดงและนักพากย์ ได้ออกข้อเสนอแนวทางใหม่เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้แสดงงานในยุคปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะการใช้ generative AI กับเสียงและภาพลักษณ์ของนัก…

สหภาพนักแสดงญี่ปุ่น ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 2,600 คน ทั้งนักแสดงและนักพากย์ ได้ออกข้อเสนอแนวทางใหม่เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้แสดงงานในยุคปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะการใช้ generative AI กับเสียงและภาพลักษณ์ของนักแสดงในอุตสาหกรรมบันเทิง ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสถกเถียงที่ร้อนแรงในญี่ปุ่นและต่างประเทศเกี่ยวกับบทบาทของ AI ในงานพากย์และการแสดงเสียง
แทนที่จะเรียกร้องให้แบน AI แบบเด็ดขาด สหภาพเลือกเสนอหลักการที่เน้น “ความยินยอมในทุกขั้นตอน” บริษัทที่จะนำเสียงนักแสดงไปใช้ฝึกโมเดลต้องเปิดเผยข้อมูลล่วงหน้า และต้องเจรจาค่าตอบแทนอย่างชัดเจนกับเจ้าของเสียง แนวทางนี้สะท้อนแนวคิดว่าการนำเสียงไปสร้างสังเคราะห์ควรถูกปฏิบัติคล้ายการให้สิทธิ์ใช้ภาพลักษณ์หรือใบหน้าของบุคคลในเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่การนำไปใช้ได้โดยอัตโนมัติ
ข้อกำหนดยังครอบคลุมกรณีการแปลบทพากย์ด้วย AI ด้วย โดยมองว่าการดัดแปลงเสียงหรือการแสดงผ่านระบบอัตโนมัติยังคงต้องอยู่ภายใต้ความยินยอมของเจ้าของสิทธิ์เช่นกัน จุดที่เข้มที่สุดคือการใช้ AI เลียนเสียงนักแสดงที่เสียชีวิต ซึ่งสหภาพระบุว่าห้ามทำหากไม่ได้รับความยินยอมไว้ตั้งแต่ตอนที่เจ้าตัวยังมีชีวิตอยู่
นอกจากนี้ หากจะใช้เสียงของนักแสดงที่เสียชีวิตจริง ยังต้องได้รับความเห็นชอบจากครอบครัว ผู้จัดการมรดก หรือหน่วยงานที่ดูแลสิทธิ์ พร้อมทั้งจ่ายค่าลิขสิทธิ์หรือค่าตอบแทนให้ฝ่ายเหล่านั้นด้วย สหภาพให้เหตุผลว่าแนวทางนี้มีไว้เพื่อรักษาศักดิ์ศรี เกียรติยศ และมรดกทางศิลปะของผู้ล่วงลับ ไม่ให้ถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างไม่เหมาะสมหรือกลายเป็นการลบหลู่ความทรงจำของบุคคลนั้น
ประเด็นดังกล่าวยิ่งได้รับความสนใจจากกรณีตัวอย่างในวงการเสียงพากย์และเกมที่มีข้อถกเถียงเรื่องการใช้เสียงสังเคราะห์ เช่น การนำเสียงคล้าย James Earl Jones ไปใช้ในเกมในลักษณะที่สร้างความกังวลต่อการควบคุมอัตลักษณ์ของศิลปิน ผู้เขียนข่าวมองว่าข้อเสนอของสหภาพญี่ปุ่นยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างระมัดระวังและสมเหตุสมผล เมื่อเทียบกับความเสียหายที่อาจเกิดจากการใช้ AI เลียนแบบผู้แสดงโดยไม่มีขอบเขต
โดยรวม ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นว่าญี่ปุ่นกำลังขยับไปสู่การกำหนดมาตรฐานด้านสิทธิแรงงานสร้างสรรค์ในยุค AI มากขึ้น และอาจเป็นต้นแบบให้วงการบันเทิงในประเทศอื่น ๆ พิจารณาแนวทางคุ้มครองนักแสดง นักพากย์ และทายาทของผู้ล่วงลับให้ชัดเจนกว่าเดิม


