John Carpenter ซัด The Thing (2011) เป็น “งานห่วย” แต่แฟนบางส่วนออกมาปกป้อง
John Carpenter ผู้กำกับระดับตำนานเจ้าของผลงาน The Thing ปี 1982 ออกโรงวิจารณ์ภาพยนตร์ภาคต้นฉบับก่อนเหตุการณ์ในปี 2011 อย่างรุนแรง โดยระหว่างงาน FanExpo ที่ชิคาโกเขาเรียกหนังเรื่องนี้ว่า “piece of crap…

John Carpenter ผู้กำกับระดับตำนานเจ้าของผลงาน The Thing ปี 1982 ออกโรงวิจารณ์ภาพยนตร์ภาคต้นฉบับก่อนเหตุการณ์ในปี 2011 อย่างรุนแรง โดยระหว่างงาน FanExpo ที่ชิคาโกเขาเรียกหนังเรื่องนี้ว่า “piece of crap” และเหน็บว่าการตัดสินใจหลายอย่างของทีมสร้างทำให้หนังดูไม่น่ากลัวและขาดเสน่ห์ของต้นฉบับ
The Thing (2011) เป็นพรีเควลที่เล่าเรื่องทีมวิจัยนอร์เวย์ซึ่งค้นพบสิ่งมีชีวิตต่างดาวในน้ำแข็งที่แอนตาร์กติกา กำกับโดย Matthijs van Heijningen Jr. และเขียนบทโดย Eric Heisserer แต่ผลงานกลับไม่ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์ ทำรายได้ทั่วโลกเพียง 31.5 ล้านดอลลาร์ และได้คะแนนจากนักวิจารณ์และผู้ชมในระดับค่อนข้างต่ำบน Rotten Tomatoes ขณะที่ IGN เองก็เคยให้คะแนน 5/10 พร้อมวิจารณ์ว่าหนังพึ่งพาเอฟเฟกต์ที่โอเวอร์เกินไปและฉากท้ายเรื่องขาดความลุ้นระทึก
ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการเปลี่ยนงานเอฟเฟกต์จาก practical effects ไปเป็น CGI ในขั้นตอนหลังการถ่ายทำ Carpenter เหน็บว่าหนังใช้ “digital effects” และยังประชดฉากทดสอบเลือดในภาคแรกที่ถูกแทนด้วย “dental test” ขณะที่ Kurt Russell ซึ่งร่วมเวทีกับเขาก็พูดติดตลกว่า Carpenter ไม่ค่อยอดทนกับเรื่องไร้สาระนัก
อย่างไรก็ตาม แฟนบางส่วนออกมาปกป้องหนังเรื่องนี้ โดยมองว่าความผิดไม่ได้อยู่ที่ทีมผู้สร้างทั้งหมด แต่เกิดจากการตัดสินใจของสตูดิโอที่เลือกเอาเอฟเฟกต์จริงจำนวนมากไปแทนที่ด้วย CGI เพราะกังวลว่ามันจะดูเก่าเกินไป หลายคนชี้ว่ามีเวอร์ชันงานปั้นและหุ่นกลที่ยังไม่เคยถูกปล่อยออกมา และควรได้รับการรีมาสเตอร์เพื่อให้คนดูได้เห็นหนังในรูปแบบที่ผู้กำกับตั้งใจมากกว่า
ผู้กำกับ Matthijs van Heijningen Jr. ก็เคยยอมรับภายหลังว่าการใส่ CGI ในช่วงโพสต์โปรดักชันเป็นการตัดสินใจที่ผิด และมองว่าหนังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่เอฟเฟกต์หุ่นกลถูกมองว่าเชย ส่วน CGI ในยุคนั้นก็ยังไม่ดีพอ เขายังเคยเล่าแนวทางภาคต่อที่ไม่ได้สร้างจริง ซึ่งจะพาเรื่องราวไปสู่แท่นขุดเจาะน้ำมันใกล้ขั้วโลกใต้ แต่ด้วยกระแสตอบรับที่แย่ทั้งรายได้และคำวิจารณ์ โอกาสที่แนวคิดเหล่านั้นจะเกิดขึ้นจริงแทบไม่มี


