ผู้นำกองทัพสหรัฐชี้ ต้องพร้อมรับศึกบนดวงจันทร์ในอนาคต
ประเด็นที่รายงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่ากองทัพสหรัฐกำลังมอง “อวกาศใกล้ดวงจันทร์” เป็นสมรภูมิทางยุทธศาสตร์ในอนาคต โดยพลเอก Dan Caine ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐ ระบุระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ว่า…

ประเด็นที่รายงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่ากองทัพสหรัฐกำลังมอง “อวกาศใกล้ดวงจันทร์” เป็นสมรภูมิทางยุทธศาสตร์ในอนาคต โดยพลเอก Dan Caine ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐ ระบุระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ว่า กองทัพต้องปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้เพื่อให้พร้อม “สู้ ทน และชนะ” ในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันทั่วโลก ตั้งแต่ใต้ทะเลไปจนถึงบริเวณ cislunar space ซึ่งหมายถึงพื้นที่อวกาศระหว่างโลกกับดวงจันทร์ หรืออาจตีความกว้างไปถึงใกล้พื้นผิวดวงจันทร์ด้วย
ถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นานหลังมีรายงานว่าสหรัฐได้ส่งอาวุธอวกาศลับชุดแรกขึ้นสู่วงโคจรแล้ว จึงยิ่งตอกย้ำว่าการแข่งขันด้านอวกาศกำลังเปลี่ยนจากเรื่องเทคโนโลยีและการสำรวจ ไปสู่มิติด้านความมั่นคงและการทหารมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญที่ถูกอ้างถึงโดย Defense One มองว่าแนวคิดเรื่อง “สนามรบยุคใหม่” ของสหรัฐไม่ได้จำกัดแค่พื้นดิน ทะเล หรืออากาศ แต่ขยายไปถึงอวกาศที่ใกล้ดวงจันทร์ด้วย
อย่างไรก็ตาม คำว่า cislunar ยังไม่มีความชัดเจนทางกฎหมายในสหรัฐว่า ครอบคลุมเพียงบริเวณอวกาศรอบดวงจันทร์ หรือรวมถึงผิวดวงจันทร์โดยตรงด้วย ความกำกวมนี้ทำให้เกิดคำถามว่า หากเกิดการปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ดังกล่าว จะถือว่าเข้าข่ายอะไรภายใต้กฎหมายอวกาศปัจจุบัน และเส้นแบ่งระหว่างการป้องกันประเทศกับการทำให้ดวงจันทร์เป็นพื้นที่ทางทหารจะอยู่ตรงไหน
ในอีกด้านหนึ่ง มีกติกาสากลที่มีอยู่แล้วพยายามจำกัดกิจกรรมบนดวงจันทร์ให้อยู่ในกรอบสันติ โดยเฉพาะสนธิสัญญาอวกาศนอกโลกปี 1967 ซึ่งสหรัฐเป็นภาคี ข้อตกลงนี้ห้ามการตั้งฐานทัพทหารบนดวงจันทร์ การทดลองอาวุธ และการซ้อมรบทางทหารบนพื้นผิวดวงจันทร์ ขณะที่อนุญาตให้ใช้กำลังพลทหารเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์หรือกิจกรรมที่เป็นสันติอย่างอื่นได้
ต้นตอของความกังวลเรื่องความขัดแย้งในอวกาศมาจากการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐกับจีน นักวิชาการด้านกฎหมายอวกาศที่ให้สัมภาษณ์ระบุว่าสหรัฐจำเป็นต้องมีขีดความสามารถที่ดีกว่าใน cislunar space เพื่อให้มั่นใจว่าจีนจะปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศและไม่ทำให้ดวงจันทร์กลายเป็นพื้นที่ทางทหาร ข้อสังเกตนี้สะท้อนว่าประเด็นไม่ได้อยู่แค่การครอบครองพื้นที่ แต่รวมถึงการบังคับใช้กติกาในสภาพแวดล้อมที่ยากต่อการกำกับดูแลด้วย
นักวิชาการรายเดียวกันยังเตือนว่าการตีความและปรับปรุงกฎหมายอวกาศอาจทำได้ไม่ทันต่อเหตุการณ์ หากเกิดข้อพิพาทหรือการปะทะในอวกาศจริง ๆ เพราะกติกาหลายอย่างอาจถูกกำหนดขึ้นภายหลังเมื่อเกิดความขัดแย้งแล้วมากกว่าจะถูกวางไว้ล่วงหน้า ประเด็นนี้จึงไม่ใช่เพียงคำพูดเชิงยุทธศาสตร์ของผู้นำทหารสหรัฐ แต่เป็นสัญญาณว่าระบบกฎหมายและความมั่นคงระหว่างประเทศอาจต้องเร่งปรับตัวให้ทันกับการแข่งขันบนเส้นทางสู่ดวงจันทร์
