ยอดขายแผ่นเกม PlayStation ในสหรัฐฯ ร่วงหนัก มีเพียง 7 เกมที่ขายเกินแสนชุด
Sony กำลังเผชิญกระแสวิจารณ์อย่างหนัก หลังประกาศว่าจะยุติการผลิตแผ่นเกมสำหรับเกม PlayStation ใหม่ตั้งแต่ต้นปี 2028 และหันไปออกจำหน่ายแบบดิจิทัลเป็นหลัก ขณะที่ฝั่งผู้เล่นจำนวนมากมองว่านี่เป็นการลดทอน…

Sony กำลังเผชิญกระแสวิจารณ์อย่างหนัก หลังประกาศว่าจะยุติการผลิตแผ่นเกมสำหรับเกม PlayStation ใหม่ตั้งแต่ต้นปี 2028 และหันไปออกจำหน่ายแบบดิจิทัลเป็นหลัก ขณะที่ฝั่งผู้เล่นจำนวนมากมองว่านี่เป็นการลดทอนสิทธิการเป็นเจ้าของเกม การสะสม และการอนุรักษ์เกมในระยะยาว
ข้อมูลยอดขายในสหรัฐฯ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาประกอบการตัดสินใจนี้สะท้อนชัดว่าตลาดกำลังเปลี่ยนไปอย่างมาก Mat Piscatella นักวิเคราะห์จาก Circana ระบุว่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน มีเกม PlayStation เพียง 7 เกมเท่านั้นที่มียอดขายแบบแผ่นเกิน 100,000 ชุดในสหรัฐฯ และในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 11 กรกฎาคม มีเพียง 2 เกมที่ขายแผ่นเกิน 10,000 ชุด ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำว่าเกมดิจิทัลครองส่วนแบ่งตลาดในระดับสูงมากแล้ว
อย่างไรก็ตาม บทความย้ำว่าสถิตินี้เป็นข้อมูลเฉพาะสหรัฐฯ และไม่ได้สะท้อนภาพรวมของตลาดโลกทั้งหมด โดยเฉพาะยุโรปและสหราชอาณาจักรที่ยังมีฐานผู้ซื้อแผ่นเกมอยู่ไม่น้อย ฝั่ง ERA ในอังกฤษออกมาวิพากษ์การตัดสินใจของ Sony ว่าเป็นการเลือกความสะดวกของบริษัทเหนือทางเลือกของผู้บริโภค พร้อมชี้ว่ายังมีผู้เล่นอายุน้อยจำนวนหนึ่งที่ใช้แผ่นเกม และตลาดเกมแบบกล่องยังมีมูลค่าสูงพอสมควร
แม้เสียงคัดค้านจะดัง แต่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมหลายรายมองว่าโอกาสที่ Sony จะเปลี่ยนใจมีน้อยมาก Dr. Serkan Toto จาก Kantan Games มองว่าความไม่พอใจออนไลน์หรือการยกเลิกสมาชิก PlayStation Plus บางส่วนคงไม่กระทบธุรกิจมากพอจะบีบให้บริษัทถอย ขณะที่ Sony มีฐานผู้ใช้งานจำนวนมหาศาล และรายได้จากการขายเกมดิจิทัลก็มีมาร์จิ้นสูงกว่าการขายแผ่นอย่างชัดเจน
อีกปัจจัยสำคัญคือโครงสร้างรายได้ของธุรกิจเกมบนคอนโซล การขายผ่าน PlayStation Store ทำให้ Sony ได้ส่วนแบ่งสูงกว่าการขายแผ่นมาก โดยเฉพาะเกมที่พัฒนาเองซึ่งบริษัทรับรายได้เกือบเต็มจำนวน ต่างจากแผ่นเกมที่ต้องแบ่งรายได้ให้ร้านค้าและมีต้นทุนผลิต เพิ่มภาระด้านโลจิสติกส์และการกระจายสินค้า เมื่อรวมกับแนวโน้มเครื่องเกมที่ไม่มีช่องใส่แผ่นเพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้การไปสู่ดิจิทัลเต็มตัวดูสอดคล้องกับทิศทางตลาด
นักวิเคราะห์จาก Ampere ชี้ว่าภาพรวมของวงการเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนการซื้อเกมเต็มรูปแบบแบบดิจิทัลบนเครื่อง PlayStation เพิ่มขึ้นจากระดับเพียงหลักสิบเปอร์เซ็นต์ในยุค PS4 ไปแตะราว 80% ในปี 2025 ขณะที่ Robin Zhu จาก Bernstein ระบุว่าหากผู้เล่นและสายอนุรักษ์ให้การสนับสนุนแผ่นเกมมากกว่านี้ อาจไม่ถึงจุดที่ Sony มองว่าการยุติแผ่นเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
ท้ายที่สุด บทความสะท้อนว่าแม้การเลิกผลิตแผ่นเกมจะกระทบความรู้สึกของผู้เล่นบางกลุ่ม แต่ทั้งแนวโน้มยอดขาย ผลตอบแทนทางธุรกิจ และทิศทางการบริโภคสื่อดิจิทัล ล้วนทำให้ Sony น่าจะเดินหน้าตามแผนเดิมต่อไป เหลือเพียงประเด็นถกเถียงว่าอุตสาหกรรมเกมกำลังแลก “ความสะดวก” กับ “สิทธิ์ของผู้บริโภค” และ “การเก็บรักษาเกมในระยะยาว” มากน้อยเพียงใด


