Lanterns ตอนที่ 6 เบนทิศกลับสู่ไทม์ไลน์ปี 2026 แต่จังหวะเล่าเรื่องสะดุด
Lanterns ตอนที่ 6 เปลี่ยนโฟกัสกลับไปที่เส้นเรื่องในปี 2026 หลังจากตอนก่อนหน้าพาเหตุการณ์ในปี 2016 ไปถึงจุดระเบิดครั้งใหญ่ ทั้งการทำลายล้างใน Rushville การเปิดโปงตัวตนของ Manhunter และความร้าวฉานของ…

Lanterns ตอนที่ 6 เปลี่ยนโฟกัสกลับไปที่เส้นเรื่องในปี 2026 หลังจากตอนก่อนหน้าพาเหตุการณ์ในปี 2016 ไปถึงจุดระเบิดครั้งใหญ่ ทั้งการทำลายล้างใน Rushville การเปิดโปงตัวตนของ Manhunter และความร้าวฉานของ John Stewart กับ Hal Jordan ตอนนี้จึงขยับจากฉากแอ็กชันและความโกลาหลไปสู่บรรยากาศแบบสืบสวนคดีฆาตกรรมที่เงียบกว่าเดิม ซึ่งผู้เขียนรีวิวมองว่าการเปลี่ยนโทนเช่นนี้ทำให้ซีรีส์เสียแรงส่งอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อเรื่องราวในปี 2026 มาแทนที่ช่วงเวลาแอ็กชันที่เพิ่งพีคไปไม่นาน
ปัญหาหลักของตอนนี้คือการจัดโครงสร้างซีซันที่ดูแปลก เพราะซีรีส์เปิดปมปี 2026 ไว้ตั้งแต่ต้น แต่กลับทิ้งช่วงไปนานก่อนจะกลับมาเล่าอีกครั้ง ในขณะที่ตอน 5 กลายเป็นจุดไคลแม็กซ์กลางซีซันที่หนักและใหญ่เกินไปสำหรับตอนต่อมา ผู้เขียนรีวิวตั้งข้อสังเกตว่าหากทีมเขียนบทจัดวางสองไทม์ไลน์ให้สมดุลกว่านี้ อาจทำให้จังหวะการเล่าไหลลื่นและต่อเนื่องกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าความซับซ้อนของการเขียนบทคงสูง เพราะการเล่าในปี 2026 ต้องไม่เปิดเผยเหตุการณ์สำคัญของปี 2016 มากเกินไป
แม้ Hal จะถูกทำให้ตายไปแล้วในเส้นเรื่องปี 2026 ซึ่งทำให้ซีรีส์เสียจุดขายสำคัญไปมาก แต่ฉากร่วมกันระหว่าง Hal กับ John ในร้านอาหารก่อนเหตุฆาตกรรมกลับถูกมองว่าเป็นหนึ่งในฉากที่ดีที่สุดของตอนนี้ Kyle Chandler แสดงให้เห็นความเหนื่อยล้า ความบอบช้ำ และความกลัวที่สะสมมานานของตัวละครได้อย่างน่าเชื่อ ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างสองอดีตเพื่อนร่วมทีมก็ช่วยเปิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตและแรงจูงใจที่ซ่อนอยู่
ด้าน John Stewart ตอนนี้พยายามวางตัวเองให้อยู่ห่างจากชีวิตซูเปอร์ฮีโร่เดิม แต่กลับถูกดึงกลับเข้าสู่วงจรเดิมผ่านปัญหาในครอบครัวและข้อสงสัยเรื่องการตายของ Hal ซีรีส์พยายามอธิบายว่าความสัมพันธ์กับคนรอบตัวของ John เสื่อมถอยลงตลอด 10 ปีที่ผ่านมาอย่างไร และเขากำลังเสี่ยงให้ชีวิตใหม่ที่สร้างขึ้นอย่างระมัดระวังพังทลายลงอีกครั้ง ทว่าผู้รีวิวรู้สึกว่าเส้นเรื่องส่วนนี้ยังไม่ดึงดูดพอ โดยเฉพาะพล็อตที่ Maggie พนักงานเสิร์ฟใช้เรื่องบางอย่างมาแบล็กเมลเขา ซึ่งถูกมองว่าเป็นดราม่าที่เพิ่มเข้ามาเพื่อถ่วงเวลา มากกว่าจะขับเคลื่อนแก่นหลักของเรื่อง
ในทางกลับกัน ตอนนี้ทำงานได้ดีกว่าเมื่อหันกลับไปเน้นด้าน Green Lantern มากขึ้น การปรากฏตัวของ Guy Gardner ที่รับบทโดย Nathan Fillion ถูกมองว่าเป็นสีสันสำคัญ เพราะช่วยเติมช่องว่างที่ Hal ทิ้งไว้ และสร้างเคมีที่น่าสนใจกับ John ทั้งยังช่วยขยายภาพว่าเหตุใด Guy จึงเป็น Lantern ที่ถูกเลือกในไทม์ไลน์ของ Superman ปี 2025 นอกจากนี้ ฉากงานศพของ Hal ยังถูกชื่นชมว่าแสบสันและขมขื่นในเวลาเดียวกัน เพราะสะท้อนว่าชีวิตของ Hal ในบั้นปลายกลับไม่ได้สมกับภาพลักษณ์ยิ่งใหญ่ที่เขาคาดหวังไว้
โดยรวม ผู้เขียนรีวิวมองว่า Episode 6 เป็นตอนที่ถอยลงจากความแข็งแรงของตอน 5 อย่างชัดเจน แม้จะมีบางฉากเด่นและการขยายจักรวาลตัวละครที่น่าสนใจ แต่การให้น้ำหนักกับดราม่าส่วนตัวและเรื่องธุรกิจมากเกินไปทำให้แกนสืบสวนและความลึกลับหลักของซีรีส์ยังเดินหน้าได้ไม่เต็มที่ อย่างไรก็ดี เขายังเชื่อว่าซีรีส์มีโอกาสกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง หากตอนต่อ ๆ ไปโฟกัสที่คำถามสำคัญจริง ๆ เช่น ใครคือฆาตกรของ Hal, Sinestro หายไปไหน และ John จะยอมรับชะตากรรมของตัวเองในฐานะ Green Lantern อย่างไร
