Mouth Pad อุปกรณ์บลูทูธคุมคอมด้วยลิ้น วางขายแล้วในสหรัฐฯ
Augmental บริษัทที่นิยามตัวเองว่าเชี่ยวชาญด้าน “Skinware” เปิดตัว Mouth Pad อุปกรณ์ช่วยเหลือแบบสั่งงานด้วยปากที่ออกแบบเฉพาะบุคคลสำหรับควบคุมคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ตโฟนได้โดยไม่ต้องใช้มือ จุดเด่น…

Augmental บริษัทที่นิยามตัวเองว่าเชี่ยวชาญด้าน “Skinware” เปิดตัว Mouth Pad อุปกรณ์ช่วยเหลือแบบสั่งงานด้วยปากที่ออกแบบเฉพาะบุคคลสำหรับควบคุมคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ตโฟนได้โดยไม่ต้องใช้มือ จุดเด่นคือผู้ใช้สามารถสั่งงานด้วยลิ้นผ่านแผงสัมผัสที่อยู่บนเพดานปาก รวมถึงโหมดติดตามศีรษะเพื่อรับอินพุตได้ด้วย ขณะนี้อุปกรณ์เริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาแล้ว และผู้ผลิตย้ำว่านำไปใช้เล่นเกมได้จริง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้งานเพื่อการเข้าถึงเท่านั้น
ตัวอุปกรณ์มีลักษณะคล้ายรีเทนเนอร์ครึ่งบน ภายในฝังวงจรยืดหยุ่นและขึ้นรูปด้วยเรซินทันตกรรมพิมพ์สามมิติ แนวคิดการควบคุมด้วยปากไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการเทคโนโลยีเพื่อผู้พิการ แต่ Mouth Pad พยายามยกระดับให้ใกล้เคียงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไร้สายสมัยใหม่มากขึ้น โดยเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และทำงานคล้ายเมาส์ไร้สาย ผู้ใช้สามารถแตะลิ้นกับเพดานปากเพื่อคลิก และใช้ท่าทางคล้ายดูดหรือจิบเพื่อสั่งคลิกขวา รวมถึงลากวางได้
ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Tomás Vega เคยตั้งใจทำงานด้าน brain-machine interface มาก่อน แต่ภายหลังมองว่าการช่วยเหลือผู้ใช้ที่ต้องการทางออก “เดี๋ยวนี้” สำคัญกว่า จึงหันมาพัฒนาอุปกรณ์ช่วยควบคุมด้วยปากแทน เขาเริ่มต้นโปรโตไทป์แรกตั้งแต่สมัยเรียนที่ MIT ในปี 2019 และต่อมาร่วมก่อตั้ง Augmental กับ Corten Singer เพื่อพัฒนาให้ใช้งานได้จริง โดยผ่านการทดสอบกับผู้ใช้กลุ่มแรกประมาณ 100 คนเพื่อปรับปรุงรูปทรงและการใช้งาน
Mouth Pad ใช้งานได้นานราว 7 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และใช้เวลาชาร์จเต็มประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง แม้สเปกด้านแบตเตอรี่จะไม่โดดเด่นนักเมื่อเทียบกับอุปกรณ์เกมมิงไร้สายทั่วไป แต่สำหรับอุปกรณ์ช่วยเหลือที่ต้องสวมในช่องปาก ก็ถือว่าเป็นความพยายามที่น่าสนใจในการผสานความสะดวกเข้ากับการเข้าถึงการใช้งานของผู้มีข้อจำกัดทางร่างกาย
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญยังอยู่ที่ราคา ซึ่งตั้งไว้ถึง 1,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,900 ดอลลาร์สำหรับแพ็กเกจที่มีสองชิ้น นอกจากนี้อุปกรณ์ยังไม่ได้รับการรับรองจาก FDA ทำให้โอกาสเบิกคืนจากประกันยังต้องรอไปก่อน จึงทำให้ Mouth Pad แม้จะมีศักยภาพช่วยเพิ่มอิสระในการใช้งานคอมพิวเตอร์และเล่นเกมสำหรับผู้ที่ใช้มือไม่ได้หรือใช้ได้จำกัด แต่การเข้าถึงในวงกว้างยังขึ้นกับต้นทุนและกระบวนการรับรองในอนาคต


