MacBook Air ขาดตลาดหนักจากวิกฤตหน่วยความจำที่ถูก AI แย่งซื้อ
รายงานจาก 9to5Mac ระบุว่า กระแสการลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลสำหรับงาน AI ในสหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่ออุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค โดยเฉพาะตลาดชิปหน่วยความจำและสตอเรจที่เริ่มตึงตัว…

รายงานจาก 9to5Mac ระบุว่า กระแสการลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลสำหรับงาน AI ในสหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่ออุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค โดยเฉพาะตลาดชิปหน่วยความจำและสตอเรจที่เริ่มตึงตัวมากขึ้นจากการที่ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์หันไปซื้อ HBM2 DRAM ปริมาณสูง ทำให้ซัพพลายเชนของสินค้ากลุ่มผู้บริโภคเสียสมดุล
ผลกระทบที่ตามมาถูกสะท้อนชัดในราคาชิ้นส่วนอย่าง SSD และ DDR5 RAM ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี จน Apple ต้องขึ้นราคาสินค้าหลายรายการในช่วงปลายเดือนมิถุนายน โดยมีการปรับเพิ่มตั้งแต่ราว 100 ดอลลาร์ไปจนถึงมากกว่า 400 ดอลลาร์ต่อรุ่น แม้จะขยับราคาแล้ว แต่รายงานชี้ว่า Apple ยังเผชิญปัญหาสินค้าขาดแคลน โดยเฉพาะ MacBook Air ที่ยังมีสต็อกไม่เพียงพอในหลายช่องทาง
กรณีนี้สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ผลิตชิ้นส่วน แต่ลุกลามไปถึงแบรนด์คอมพิวเตอร์รายใหญ่ที่ต้องพึ่งพาหน่วยความจำและสตอเรจในปริมาณมาก เมื่ออุปทานตึงและต้นทุนสูงขึ้น ผู้ผลิตอาจต้องเลือกระหว่างการแบกรับต้นทุน การปรับราคาขาย หรือการลดความพร้อมของสินค้าในตลาด
สำหรับผู้บริโภค นี่หมายความว่าความผันผวนของตลาด AI อาจทำให้ราคาโน้ตบุ๊กและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในกลุ่มแมสขยับสูงขึ้นต่อไป พร้อมกับความเสี่ยงที่จะเจอของขาดหรือรอสินค้านานขึ้น โดย MacBook Air ถูกยกเป็นตัวอย่างล่าสุดของผลกระทบจากแรงซื้อของอุตสาหกรรม AI ที่ไหลย้อนกลับมาถึงตลาดผู้ใช้ทั่วไป


