Engadget รีวิว MacBook Pro รุ่น PROLED XDR จอ OLED สวยขึ้น เบาลง แต่ทัชสกรีนไม่เด่น
Engadget มองว่า MacBook Pro รุ่นใหม่เป็นการยกเครื่องดีไซน์มากกว่าการเพิ่มฟีเจอร์ทัชสกรีน โดยได้จอ OLED สว่างและเครื่องที่เบาลง แต่ต้องจ่ายแพงขึ้นมาก

Engadget รีวิว MacBook Pro with PROLED XDR Display ว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของ MacBook Pro มากกว่าจะเป็นแค่โน้ตบุ๊กจอสัมผัสรุ่นหนึ่ง จุดขายหลักคือดีไซน์ที่บางและเบาลงอย่างชัดเจน รวมถึงการเปลี่ยนมาใช้จอ OLED เป็นครั้งแรกของ MacBook Pro แต่ราคาก็ขยับสูงขึ้นมากตามไปด้วย
รุ่น 14 นิ้วมีน้ำหนัก 3 ปอนด์ ลดลงจาก MacBook Pro รุ่นมาตรฐานที่ 3.7 ปอนด์ ส่วนรุ่น 16 นิ้วลดจาก 4.7 ปอนด์เหลือ 4 ปอนด์ ทั้งสองรุ่นใช้จอ OLED ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อยที่ 14.2 นิ้วและ 16.3 นิ้ว พร้อมขอบจอที่บางลง Apple ระบุความสว่างสูงสุดแบบ HDR ได้ถึง 2,000 nits และความสว่างต่อเนื่องเต็มหน้าจอที่ 1,000 nits พร้อมอัตราส่วนคอนทราสต์ 10,000,000:1 ซึ่ง Engadget บอกว่าทำให้ภาพดูสมจริงมากขึ้น โดยเฉพาะฉากมืดสลับสว่าง เช่น ในตอนท้ายของ F1: The Movie
ด้านการใช้งานจริง ฟีเจอร์สัมผัสถูกเพิ่มเข้ามาแบบค่อนข้างพื้นฐาน ผู้ใช้ปัดเพื่อเลื่อนหน้าเว็บหรือจัดการสื่อได้ และการสัมผัสถูกนับเหมือนการคลิกเมาส์ ทำให้ใช้กับ macOS ได้กว้างพอสมควร ขณะที่ Adobe และ BlackMagic ก็เตรียมรองรับเต็มรูปแบบ แต่ยังไม่มี Apple Pencil และไม่มีโหมดแปลงร่างเป็นแท็บเล็ตแบบโน้ตบุ๊ก Windows พับได้ นอกจากนี้ยังมี Dynamic Island บนหน้าจอเพื่อรองรับเว็บแคม, Spotlight และ Live Activities แต่ Engadget มองว่าไม่ได้เปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานไปมากนัก
สเปกหลักภายในยังใช้ชิป M5 Pro และ M5 Max เหมือนรุ่นก่อน จึงไม่คาดว่าจะเห็นความเร็วที่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ เครื่องรีวิว 14 นิ้วที่ใช้ M5 Pro และ RAM 48GB ทำคะแนน single-core Geekbench 6 ได้ 4,217 คะแนน ส่วนอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ทดสอบได้อยู่ราว 12 ชั่วโมงครึ่งสำหรับงานทั่วไป ขณะที่รุ่น 16 นิ้วในการทดสอบแบบจำลองงานเขียนโค้ดอยู่ที่ 10 ชั่วโมง 15 นาที Apple ระบุว่ารุ่น 16 นิ้วทำงานได้สูงสุด 24 ชั่วโมงสำหรับการท่องเว็บและสตรีมวิดีโอ 1080p
ด้านเสียง รุ่นใหม่ปรับระบบลำโพงเป็น 6 ตัวและได้เบสที่หนักขึ้น Engadget ระบุว่าเสียงดังและคมชัดแม้เปิดฟังกลางแจ้ง ส่วนพอร์ตและอุปกรณ์หลักยังครบเหมือนเดิม ทั้ง 3 พอร์ต USB-C Thunderbolt 5, HDMI, ช่องหูฟัง, MagSafe และช่อง SD card ขนาดเต็ม ในการสรุป Engadget มองว่ารุ่น 16 นิ้วคุ้มค่ากว่ารุ่น 14 นิ้ว เพราะเพิ่มราคาอีก 400 ดอลลาร์จากรุ่นปกติ ขณะที่รุ่น 14 นิ้วต้องจ่ายเพิ่มถึง 900 ดอลลาร์ โดยเฉพาะเมื่อราคาเริ่มต้นของ MacBook Pro 14 นิ้วและ 16 นิ้วเพิ่งถูกดันขึ้นมาแล้วก่อนหน้านี้


