รีวิว Mayday: คู่หูหนีตายกลางสงครามเย็นที่ผสมแอ็กชันกับอารมณ์ขัน
Mayday เป็นภาพยนตร์ที่หยิบสูตรหนังคู่หู-ผจญภัยแบบยุค 1980s กลับมาใช้อย่างชัดเจน โดยเล่าเรื่องของร้อยโททรอย เคลลี่ นักบินกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่รับบทโดยไรอัน เรย์โนลด์ส และอดีตเจ้าหน้าที่เคจีบีที่รับบทโดย…

Mayday เป็นภาพยนตร์ที่หยิบสูตรหนังคู่หู-ผจญภัยแบบยุค 1980s กลับมาใช้อย่างชัดเจน โดยเล่าเรื่องของร้อยโททรอย เคลลี่ นักบินกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่รับบทโดยไรอัน เรย์โนลด์ส และอดีตเจ้าหน้าที่เคจีบีที่รับบทโดยเคนเนธ บรานาห์ ทั้งสองต้องร่วมมือกันเอาชีวิตรอดจากดินแดนโซเวียต หลังภารกิจลับกลางสงครามเย็นผิดแผนอย่างรุนแรง ภาพยนตร์มีกำหนดฉายบน Apple TV วันที่ 4 กันยายน
งานกำกับและเขียนบทของโจนาธาน โกลด์สตีน กับจอห์น ฟรานซิส เดลีย์ เลือกเล่าความตึงเครียดของยุคสงครามเย็นในโทนที่ไม่ดิบเถื่อนหรือชาตินิยมจัดจ้านแบบหนังฮอลลีวูดบางเรื่องในยุคเดียวกัน แต่ใช้แนวทางที่คล้ายหนังสายบัดดี้คอเมดี้อย่าง Spies Like Us มากกว่า จุดเด่นจึงอยู่ที่การผสมความตลกแบบมีจังหวะกับฉากแอ็กชันที่เคลื่อนเรื่องได้ต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็สะท้อนภาพความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในแบบที่เข้าถึงง่าย
ตัวละครของเรย์โนลด์สยังคงใช้เสน่ห์เดิมของเขา คืออารมณ์ขันแห้ง ๆ และบุคลิกมั่นใจเกินเหตุ โดยเขารับบทเป็นนักบินที่เชื่อมั่นในตัวเองสูงมากและมองโซเวียตด้วยอคติชัดเจน ก่อนที่สถานการณ์บังคับให้ต้องเผชิญความจริงระหว่างภารกิจลับบนเครื่องบินสอดแนม Lockheed SR-71 Blackbird ภาพยนตร์เปิดเรื่องด้วยเหตุการณ์ที่ล่วงรู้ผลลัพธ์ไว้ก่อนแล้ว ทำให้ฉากการต่อสู้กลางอากาศและการตกในป่าหิมะมีน้ำหนักด้านความระทึกตั้งแต่ต้น
ฝั่งบรานาห์กลับเป็นตัวแปรที่ทำให้พลังของหนังเด่นขึ้น เขารับบทอดีตสายลับรัสเซียที่ทั้งประหลาด มีสีสัน และน่าเชื่อถือในเวลาเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครของทั้งคู่ไม่ใช่เพียงคู่กัดที่ต้องพึ่งพากัน แต่ยังเป็นการปะทะกันของมุมมองโลกแบบอเมริกันและรัสเซีย ซึ่งค่อย ๆ คลายความแข็งกร้าวลงเมื่อเรื่องดำเนินไป บทวิจารณ์ชี้ว่าบรานาห์ช่วยยกระดับหนังด้วยคาแรกเตอร์ที่มีทั้งความขรึมและความแปลกอย่างมีเสน่ห์
หลังจากหลุดจากเหตุการณ์เครื่องบินตก หนังเปลี่ยนเป็นเส้นทางแบบ road movie ที่พาทั้งคู่เดินทางข้ามรัสเซีย เพื่อหาทางหนีการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่เคจีบีผู้เป็นตัวร้ายหลัก ระหว่างทางมีฉากไล่ล่าและฉากบู๊หลายชุด เช่น การปะทะกับขบวนรถไฟที่เต็มไปด้วยทหาร และฉากไล่ล่ากลางมอสโกที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะบรรทุกอุปกรณ์นิวเคลียร์ แม้ตัวร้ายจะไม่ได้โดดเด่นถึงขั้นน่าจดจำเป็นพิเศษ แต่ก็ทำหน้าที่กดดันสถานการณ์ได้ดีพอ
สิ่งที่ทำให้ Mayday น่าสนใจกว่าแค่หนังหนีตายทั่วไปคือการค่อย ๆ รื้ออคติและความเชื่อเรื่องความยิ่งใหญ่ของอเมริกา ผ่านการพบเจอผู้คนธรรมดา การพูดคุยกับตัวละครฝ่ายรัสเซีย และการรับรู้เบื้องหลังการปกปิดของรัฐที่ส่งผลต่อตัวละครเอง หนังใช้สิ่งเหล่านี้ค่อย ๆ ทำให้ทรอยมองโลกกว้างขึ้น และเปลี่ยนจากท่าทีมั่นใจแบบยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางไปสู่การยอมรับความซับซ้อนของผู้คนและการเมือง
บทวิจารณ์ยังชี้ว่าหนังใช้การอ้างอิงถึงอัลบั้ม Born in the U.S.A. ของบรูซ สปริงส์ทีน เพื่อเสริมประเด็นเรื่องอัตลักษณ์อเมริกัน ชนชั้นแรงงาน และความย้อนแย้งของความรักชาติในยุคสงครามเย็น แม้ตัวหนังจะไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดเชิงการเมืองมากนัก และตอนจบอาจดูโลกสวยไปบ้าง แต่โดยรวมแล้ว Mayday ถูกมองว่าเป็นงานเอนเตอร์เทนที่ให้ทั้งความสนุกและแง่คิด จบแบบปลอบประโลมมากกว่าหนักหน่วง


