Meta เปิดตัว “VR Glasses” แว่น XR รุ่นใหม่ ไม่ใช่ Quest และราคาเริ่มต้นสูงถึง 1,300 ดอลลาร์
Meta ประกาศอุปกรณ์สวมศีรษะรุ่นใหม่ในงาน Meta Connect แต่ครั้งนี้ไม่ได้มาในรูปแบบเฮดเซ็ต Quest ตามที่หลายคนคาดไว้ ทว่าเป็น “แว่น” ขนาดกะทัดรัดที่บริษัทเรียกว่า Meta VR Glasses ซึ่งสะท้อนทิศทางการพัฒนา…

Meta ประกาศอุปกรณ์สวมศีรษะรุ่นใหม่ในงาน Meta Connect แต่ครั้งนี้ไม่ได้มาในรูปแบบเฮดเซ็ต Quest ตามที่หลายคนคาดไว้ ทว่าเป็น “แว่น” ขนาดกะทัดรัดที่บริษัทเรียกว่า Meta VR Glasses ซึ่งสะท้อนทิศทางการพัฒนาไปสู่ประสบการณ์แบบ XR มากกว่าการเล่น VR แบบดั้งเดิม โดยตัวเครื่องมีน้ำหนักเบามากเมื่อเทียบกับ Quest 3 แต่ยังต้องพึ่งพากล่องประมวลผลแบบต่อสายแยกต่างหากเพื่อทำงานหลักต่าง ๆ
ตัวแว่นใช้จอ Micro-OLED สองข้าง ความละเอียด 2412 x 2288 รีเฟรชเรต 120Hz และความหนาแน่นพิกเซลระดับ 37 PPD ซึ่งถือว่าดีกว่า Quest 3 อย่างชัดเจนในแง่ความคมชัด แต่ก็ยังเป็นรองบางอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์ในตลาด ขณะเดียวกัน ฟิลด์ออฟวิว 70 องศาถูกมองว่าไม่กว้างมากนักเมื่อเทียบกับประสบการณ์ VR รุ่นอื่น ๆ แม้ภาพที่เห็นระหว่างเดโมจะได้รับคำชมว่าระบบ passthrough ทำได้ดี
ส่วนสำคัญของเครื่องจะถูกย้ายไปอยู่ใน “puck” ที่ต้องพกติดตัว ซึ่งภายในมีชิป Snapdragon XR2 Gen 3, RAM 12GB, ความจุ 128GB และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ราว 3 ชั่วโมง ขณะที่ตัวแว่นทำหน้าที่หลักด้านเลนส์ จอภาพ และเซนเซอร์ต่าง ๆ แนวคิดนี้ทำให้ดีไซน์ดูคล้ายอุปกรณ์ XR รุ่นบางเบามากกว่าเฮดเซ็ตเกมมิงแบบเดิม
Meta ยังเน้นการใช้งานแบบไร้คอนโทรลเลอร์ผ่านการติดตามมือ และได้เตรียมรายชื่อเกมที่จะรองรับฟีเจอร์นี้เมื่ออุปกรณ์วางจำหน่าย เช่น Beat Saber, Two Point Hospital และ Tetris Effect: Mixed Realities อย่างไรก็ตาม แม้ Touch Plus controller จะยังรองรับอยู่ แต่ในกล่องจะไม่มีแถมมาให้ ทำให้ผู้ใช้ที่ต้องการเล่นเกมแบบจริงจังอาจต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มเอง
อีกจุดที่ Meta โปรโมตคือผู้ช่วย AI ที่ฝังมาในระบบ ผู้ใช้สามารถสั่งงานด้วยเสียงเพื่อเปิดแอป เล่นสื่อ หรือทำงานบางอย่างได้ รวมถึงมีคีย์บอร์ดเสมือนแบบ heads-up ที่ฉายขึ้นมาตรงหน้า ซึ่งผู้ที่ได้ลองใช้งานให้ความเห็นว่าพิมพ์ได้ค่อนข้างเร็วและเป็นธรรมชาติพอสมควร
อย่างไรก็ตาม จุดที่ทำให้หลายคนสะดุดคือราคาเปิดตัวที่สูงถึง 1,300 ดอลลาร์ และกำหนดวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027 ทำให้อุปกรณ์รุ่นนี้ดูเหมือนจะมุ่งไปที่กลุ่มผู้ใช้เฉพาะทางหรือผู้ที่สนใจเทคโนโลยี XR ขั้นสูงมากกว่าผู้เล่นเกมทั่วไป สะท้อนว่ากลยุทธ์ของ Meta ในรอบนี้อาจกำลังทดลองตลาดพรีเมียม ก่อนที่รุ่นถัดไปอย่าง Quest 4 จะมาทำหน้าที่ในตลาดวงกว้างกว่า


