ไมเคิล โพลันสกีเปิดสตาร์ทอัพใช้ AI ทดลองกับผิวหนังมีชีวิตนอก ร่างกาย
ไมเคิล โพลันสกี ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากบทบาทคู่ชีวิตของเลดี้ กาก้า และอดีตผู้บริหารใกล้ชิดของฌอน พาร์กเกอร์ เปิดเผยว่าเขาได้ใช้เวลาหลายปีสร้างสตาร์ทอัพที่นำ AI มาช่วยค้นหาสารออกฤทธิ์ด้านสกินแคร์…

ไมเคิล โพลันสกี ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากบทบาทคู่ชีวิตของเลดี้ กาก้า และอดีตผู้บริหารใกล้ชิดของฌอน พาร์กเกอร์ เปิดเผยว่าเขาได้ใช้เวลาหลายปีสร้างสตาร์ทอัพที่นำ AI มาช่วยค้นหาสารออกฤทธิ์ด้านสกินแคร์ โดยมีแกนหลักอยู่ที่การเลี้ยงเนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์ที่ยังมีชีวิตให้อยู่ได้นานหลายสัปดาห์นอก ร่างกาย เพื่อใช้เป็นแพลตฟอร์มทดลองและเก็บข้อมูลสำหรับพัฒนาสูตรหรือสารประกอบใหม่ๆ
แนวคิดของบริษัทนี้สะท้อนการผสมผสานระหว่างชีววิทยาและแมชชีนเลิร์นนิงในระดับที่ค่อนข้างเฉพาะทาง เพราะแทนที่จะพึ่งการทดสอบแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว บริษัทพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ผิวหนังจริงยังตอบสนองต่อสารต่างๆ ได้ใกล้เคียงสภาพในร่างกายมากกว่าเดิม ซึ่งช่วยให้โมเดล AI เรียนรู้จากผลลัพธ์ที่มีความเป็นจริงสูงขึ้น และคัดกรองสารที่อาจมีศักยภาพได้แม่นยำกว่าเดิม
TechCrunch ระบุว่าโครงการนี้ดำเนินมาเงียบๆ มาหลายปี ก่อนที่โพลันสกีจะออกมาเล่าต่อสาธารณะในช่วงนี้ การเปิดตัวสู่สาธารณะน่าจะช่วยให้บริษัทเป็นที่รู้จักมากขึ้นในตลาดเทคโนโลยีสุขภาพและความงาม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้เล่นจำนวนมากกำลังนำ AI เข้ามาใช้ทั้งในด้านการค้นคว้า การคัดกรองสาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะบุคคล
ในมุมอุตสาหกรรม นี่เป็นตัวอย่างของการที่ AI ไม่ได้ถูกใช้เฉพาะกับซอฟต์แวร์หรือข้อมูลดิจิทัล แต่เริ่มเข้าไปมีบทบาทกับห้องแล็บและงานวิจัยทางชีวภาพมากขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องการลดการทดลองแบบลองผิดลองถูก ลดเวลาในการคัดกรองสาร และเพิ่มโอกาสในการค้นพบส่วนผสมใหม่สำหรับตลาดสกินแคร์ที่แข่งขันสูง
แม้บทความจะไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงเทคนิคทั้งหมดของโมเดลหรือขั้นตอนการทดลอง แต่สาระสำคัญคือโพลันสกีกำลังผลักดันธุรกิจที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง AI, biotech และ consumer health ซึ่งหากพัฒนาได้ผล อาจกลายเป็นตัวอย่างสำคัญของการใช้ข้อมูลจากเนื้อเยื่อมีชีวิตร่วมกับการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อเร่งนวัตกรรมด้านผิวหนังและความงาม


