Mick Gordon เล่าที่มาดนตรีบอสไฟต์ท้ายเกม Warhammer 40,000: Boltgun 2
IGN สัมภาษณ์ Mick Gordon นักแต่งเพลงเกมชื่อดังซึ่งเข้ามามีส่วนร่วมกับ Warhammer 40,000: Boltgun 2 โดยเฉพาะกับฉากบอสไฟต์ช่วงท้ายเกมที่ทีมพัฒนา Auroch Digital ต้องการให้ “ใหญ่ ดุดัน และเว่อร์” กว่าที่…

IGN สัมภาษณ์ Mick Gordon นักแต่งเพลงเกมชื่อดังซึ่งเข้ามามีส่วนร่วมกับ Warhammer 40,000: Boltgun 2 โดยเฉพาะกับฉากบอสไฟต์ช่วงท้ายเกมที่ทีมพัฒนา Auroch Digital ต้องการให้ “ใหญ่ ดุดัน และเว่อร์” กว่าที่เคยมีในภาคแรก Gordon เล่าว่าเขาเริ่มต้นจากการส่งอีเมลไปชมเกม Boltgun ภาคแรกด้วยตัวเอง เพราะมองว่าเป็นการผสมผสานระหว่างเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งสไตล์ boomer shooter กับจักรวาล Warhammer 40K ที่ลงตัวมาก ก่อนที่ทีมงานจะติดต่อกลับมาเชิญเขามาช่วยทำเพลงในภาคต่อ
Gordon อธิบายว่าเขาไม่ได้ดึงไอเดียเดิมจากผลงานเก่าๆ มาใช้แบบตรงตัว แต่พยายามสร้าง “เสียง” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับโปรเจกต์นั้นๆ เท่านั้น เขามองงานดนตรีเกมเป็นการออกแบบโลกทางเสียงที่แยกจากกัน เพื่อให้แต่ละเกมมีตัวตนของตัวเอง แม้ผู้ฟังจะสัมผัสได้ถึงลายเซ็นส่วนตัวของเขาอยู่บ้างก็ตาม
ในกระบวนการทำงานกับเพลงที่ชื่อว่า “Ascent of the Arkifane” เขาบอกว่าไม่ได้จำเป็นต้องเล่นเกมจากบิลด์ที่ยังไม่เสถียรด้วยตัวเองเสมอไป แต่จะอาศัยวิดีโอเกมเพลย์จากทีม QA ภาพสกรีนช็อต และคอนเซ็ปต์อาร์ตเป็นหลัก จากนั้นจึงนั่งดูวิดีโอในสตูดิโอพร้อมคอนโทรลเลอร์ในมือเพื่อจินตนาการว่าตัวเองเป็นผู้เล่น แล้วค่อยหาความเร็วเพลงที่เหมาะกับจังหวะการเล่นจริง
เขาเน้นว่าการเลือก BPM เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะถ้าเพลงเร็วเกินไปจะทำให้ผู้เล่นล้าและรำคาญ แต่ถ้าช้าเกินไป เกมอาจดูอืดและขาดความตื่นเต้นได้ ดังนั้นหน้าที่ของเขาคือหาจังหวะที่เสริมเกมเพลย์ได้พอดี ก่อนจะเริ่มพัฒนาธีมและซาวด์ต่างๆ ต่อจากจุดนั้น
Gordon ยังย้ำว่าการทำงานเพลงเกมคือกระบวนการร่วมมือกับทีมอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่การทำงานคนเดียวในห้องปิดตาย เขาต้องทดลองเสนอไอเดียจำนวนมาก และเปิดรับทั้งคำตอบรับและการปฏิเสธจากผู้พัฒนา เพื่อหาทิศทางที่เหมาะที่สุดสำหรับฉากบอสไฟต์ขนาดใหญ่ของเกม ภาพรวมแล้ว เขามองโปรเจกต์นี้ว่าเป็นโอกาสที่เข้ากับสไตล์งานของเขาอย่างมาก ทั้งในแง่เกมยิง มุกความเว่อร์แบบ Doom-inspired และโลก Warhammer ที่เหมือนถูกออกแบบมาให้ดนตรีหนักๆ ของเขาได้แสดงศักยภาพเต็มที่


