ซีอีโอ Micron เตือนตลาดหน่วยความจำจะยิ่งตึงในอีก 2 ปีข้างหน้าเพราะดีมานด์ AI พุ่ง
Sanjay Mehrotra ซีอีโอของ Micron ส่งสัญญาณซ้ำหลายครั้งในการประชุมผลประกอบการไตรมาส 4 ว่า สถานการณ์ซัพพลายและดีมานด์ของหน่วยความจำและสตอเรจจะตึงตัวกว่าปี 2026 มากในช่วงปีงบ 2027-2028 และในมุมของ…

Sanjay Mehrotra ซีอีโอของ Micron ส่งสัญญาณซ้ำหลายครั้งในการประชุมผลประกอบการไตรมาส 4 ว่า สถานการณ์ซัพพลายและดีมานด์ของหน่วยความจำและสตอเรจจะตึงตัวกว่าปี 2026 มากในช่วงปีงบ 2027-2028 และในมุมของปีปฏิทินก็คาดว่า 2027-2028 จะเป็นช่วงที่ความต้องการสูงกว่าปริมาณอุปทานอย่างชัดเจน เขาระบุด้วยว่า Micron ยังไม่เห็น “เส้นทางที่ชัดเจน” ว่าเมื่อไรซัพพลายจะตามดีมานด์ทัน
ประเด็นสำคัญที่ผลักดันความตึงตัวนี้คือกระแส AI ที่ทำให้ความต้องการหน่วยความจำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งการใช้งานเอเจนต์ โมเดลที่ใหญ่ขึ้น และบริบทการประมวลผลที่ยาวขึ้น โดยเฉพาะหน่วยความจำระดับ HBM ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในชิปเร่งประมวลผลสำหรับ AI ขณะที่ Samsung ก็ออกมาเตือนในทิศทางใกล้เคียงกันว่า HBM มีความต้องการพุ่งแรงและจะกินกำลังการผลิตจำนวนมากในปีหน้า ส่งผลให้กำลังผลิต DRAM ปกติยิ่งถูกเบียดออกไป
Micron อธิบายว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่ดีมานด์ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการผลิตจริงที่แก้ได้ช้า โรงงานคลีนรูมใช้เวลาสร้างนานมาก และแม้จะเริ่มผลิตเวเฟอร์ได้แล้ว การเร่งกำลังการผลิตก็ยังต้องค่อยเป็นค่อยไป ทำให้การเพิ่มซัพพลายไม่สามารถตามทันการเติบโตของตลาดได้ในระยะสั้นถึงกลาง
สำหรับผู้บริโภคและอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ นี่หมายความว่าราคาเมมโมรีที่กำลังแพงอยู่มีแนวโน้มจะกดดันต่อไปอีกหลายปี และอาจกระทบต้นทุนของสินค้าใหม่ ๆ ทั้งการ์ดจอเจเนอเรชันถัดไป คอนโซลรุ่นใหม่ และซีพียูจาก Intel กับ AMD ซึ่งอาจสะท้อนออกมาทั้งในราคาขายปลีกและแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์
อย่างไรก็ตาม มุมมองนี้ไม่ได้รับการเห็นพ้องจากทุกฝ่าย โดยซีอีโอของ Acer เคยให้ความเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่ภาวะขาดแคลนจะยืดไปถึงปี 2030 และมองว่าบางส่วนของการสื่อสารเรื่องซัพพลายตึงอาจมีเป้าหมายเพื่อประคองอัตรากำไรและมูลค่าหุ้น ขณะที่นักลงทุนสายวิจารณ์อย่าง Michael Burry ก็หยิบข้อสังเกตลักษณะเดียวกันมาประกอบมุมมองว่าแรงหนุนจาก AI อาจไม่ยั่งยืนตลอดไป


