Micron ชี้วิกฤตหน่วยความจำยังไม่จบง่ายๆ แม้สร้างโรงงานใหม่
Micron ออกมาเตือนว่าปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำและชิปที่เกี่ยวข้องยังไม่น่าจะคลี่คลายในระยะสั้น แม้ทั่วอุตสาหกรรมจะเร่งลงทุนสร้างโรงงานผลิตเวเฟอร์และแฟบใหม่ก็ตาม โดยประเด็นสำคัญคือความต้องการหน่วยความจำ…

Micron ออกมาเตือนว่าปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำและชิปที่เกี่ยวข้องยังไม่น่าจะคลี่คลายในระยะสั้น แม้ทั่วอุตสาหกรรมจะเร่งลงทุนสร้างโรงงานผลิตเวเฟอร์และแฟบใหม่ก็ตาม โดยประเด็นสำคัญคือความต้องการหน่วยความจำความเร็วสูงสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI อย่าง HBM กำลังกินกำลังการผลิตของโรงงานจำนวนมาก ทำให้ทรัพยากรเหลือสำหรับสินค้าอื่นๆ ลดลงตามไปด้วย
ซูมิต ซาดานา ผู้บริหารระดับสูงของ Micron ระบุในการประชุมด้านเทคโนโลยีและการเงินว่า การเพิ่มกำลังผลิตเวเฟอร์ทำได้ไม่ง่าย เพราะอุตสาหกรรมต้องขยายแบบสร้างโรงงานใหม่ในพื้นที่ว่างเปล่า ไม่ใช่แค่ปรับปรุงไลน์เดิม การก่อสร้างแฟบระดับไฮเอนด์เป็นงานวิศวกรรมและงานก่อสร้างที่ซับซ้อนมาก ใช้เวลาและเงินลงทุนสูงกว่าการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์อย่างมาก
Micron ยังชี้ว่าแม้จะเห็นการลงทุนสร้างโรงงานใหม่ในหลายบริษัท แต่กว่าจะเดินเครื่องได้จริงและเริ่มผลิตเต็มกำลังต้องใช้เวลานาน เพราะขั้นตอนตั้งแต่ก่อสร้าง ติดตั้งเครื่องจักร ไปจนถึงการเร่งกำลังผลิตล้วนกินเวลา ดังนั้นบริษัทยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเมื่อไรอุปทานจะทันกับอุปสงค์ที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
สถานการณ์นี้ไม่ได้กระทบแค่ Micron เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่าง SK hynix และ Samsung ที่กำลังขยายกำลังผลิตเช่นกัน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์และแหล่งคาดการณ์ต่างๆ ยังประเมินไม่ตรงกันว่าหน่วยความจำชุดใหม่จะเข้าสู่ระบบซัพพลายเชนอย่างมีนัยสำคัญเมื่อไร โดยช่วงเวลาที่คาดกันมีตั้งแต่ปลายปี 2027 ไปจนถึงปี 2030 หรือช้ากว่านั้น
ภาพรวมจึงสะท้อนว่าแรงหนุนจาก AI กำลังผลักดันอุปสงค์หน่วยความจำขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่อุปทานยังปรับตัวไม่ทันในเวลาอันใกล้ สำหรับผู้บริโภคและตลาดพีซี นั่นหมายความว่าราคาหน่วยความจำอาจยังอยู่ในระดับสูงและการขาดแคลนอาจยืดเยื้อไปอีกระยะ แม้ในอนาคตอาจมีโมเดล AI ที่ใช้หน่วยความจำน้อยลงมาช่วยบรรเทาความต้องการฝั่งเซิร์ฟเวอร์ก็ตาม


