ไมโครซอฟท์ถูกถามเรื่องลงทุนชุมชนจากศูนย์ข้อมูล แต่ยังไม่ตอบชัด
บทความนี้รายงานว่า ไมโครซอฟท์กำลังเผชิญแรงกดดันจากชุมชนท้องถิ่นในสหรัฐฯ หลังเดินหน้าสร้างศูนย์ข้อมูลใหม่พร้อมคำมั่นว่าจะเป็น “เพื่อนบ้านที่ดี” โดยบริษัทสื่อสารว่าการเข้ามาลงทุนจะช่วยหนุนบริการสาธารณะ…

บทความนี้รายงานว่า ไมโครซอฟท์กำลังเผชิญแรงกดดันจากชุมชนท้องถิ่นในสหรัฐฯ หลังเดินหน้าสร้างศูนย์ข้อมูลใหม่พร้อมคำมั่นว่าจะเป็น “เพื่อนบ้านที่ดี” โดยบริษัทสื่อสารว่าการเข้ามาลงทุนจะช่วยหนุนบริการสาธารณะในพื้นที่ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน สวนสาธารณะ และห้องสมุด ผ่านภาษีทรัพย์สินและการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อชุมชนต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อชาวบ้านและตัวแทนองค์กรชุมชนถามให้ชัดว่าบริษัทจะทุ่มงบประมาณเพื่อชุมชนมากเพียงใด คำตอบที่ได้กลับคลุมเครือ เจ้าหน้าที่ที่ส่งลงพื้นที่เพื่อรับฟังความต้องการของชุมชนมักไม่สามารถให้ตัวเลขหรือกรอบการลงทุนที่แน่นอนได้ นอกเหนือจากข้อความประชาสัมพันธ์ของแคมเปญ “good neighbor” ที่เน้นภาพรวมของความรับผิดชอบต่อสังคม
รายงานชี้ว่าไมโครซอฟท์ยอมรับในเอกสารต่อสาธารณะแล้วว่าการทำเพียงให้เงินบริจาคของพนักงานสอดคล้องกันนั้นยังไม่เพียงพอ เพราะในปี 2024 พนักงานบริษัทบริจาครวม 229 ล้านดอลลาร์ให้แก่องค์กรไม่แสวงกำไร 29,000 แห่ง แต่บริษัทก็ยังไม่อธิบายว่าการลงทุนในท้องถิ่นที่เป็นรูปธรรมควรมีขนาดหรือรูปแบบอย่างไร
ประเด็นสำคัญอีกด้านคือการเปรียบเทียบกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูลมักได้รับจากมลรัฐต่าง ๆ ซึ่งบทความระบุว่ามีมูลค่ารวมอาจสูงถึงหลายร้อยล้านดอลลาร์ใน 38 รัฐ และในหลายกรณีสิทธิยกเว้นเหล่านี้ยืดเยื้อยาวนานกว่าทศวรรษ ทำให้ฝ่ายวิจารณ์มองว่าเงินที่บริษัทนำกลับคืนสู่ชุมชนยังน้อยมากเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่ได้รับจากภาครัฐ
ภาพรวมของเรื่องนี้สะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างบิ๊กเทคกับชุมชนเจ้าบ้านของศูนย์ข้อมูล โดยเฉพาะเมื่อการขยายตัวของ AI และบริการคลาวด์ทำให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานพุ่งสูง ขณะที่ท้องถิ่นต้องแบกรับภาระด้านที่ดิน ไฟฟ้า น้ำ และผลกระทบอื่น ๆ มากขึ้น บทความจึงตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของคำมั่นสัญญา “เพื่อนบ้านที่ดี” และความรับผิดชอบที่แท้จริงของบริษัทต่อพื้นที่ที่ตนเข้าไปตั้งฐานปฏิบัติการ

