ไมค์ ฟลานาแกนชี้ Warhammer 40,000 คือโจทย์ดัดแปลงสุดหิน
ไมค์ ฟลานาแกน ผู้กำกับและโชว์รันเนอร์ที่รู้จักจากซีรีส์สยองขวัญของ Netflix อธิบายถึงความยากในการนำจักรวาล Warhammer 40,000 มาสร้างเป็นซีรีส์คนแสดงให้ Amazon โดยย้ำว่านี่คือหนึ่งในงานดัดแปลงที่ “ยาก…

ไมค์ ฟลานาแกน ผู้กำกับและโชว์รันเนอร์ที่รู้จักจากซีรีส์สยองขวัญของ Netflix อธิบายถึงความยากในการนำจักรวาล Warhammer 40,000 มาสร้างเป็นซีรีส์คนแสดงให้ Amazon โดยย้ำว่านี่คือหนึ่งในงานดัดแปลงที่ “ยากอย่างยิ่ง” เมื่อเทียบกับโปรเจ็กต์อื่นที่เขากำลังทำอยู่ เช่น The Dark Tower ของสตีเฟน คิง ซึ่งเขามองว่ามีโครงสร้างชัดเจนและเริ่มต้นเรื่องได้ง่ายกว่าอย่างมาก
ฟลานาแกนบอกว่า The Dark Tower มีจุดแข็งตรงที่ต้นฉบับพาผู้อ่านเข้าไปในโลกของเรื่องอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจากตัวละครเพียงไม่กี่คนในฉากที่เรียบง่าย ก่อนจะค่อย ๆ ขยายขอบเขตของโลกแฟนตาซีออกไป ทำให้แนวทางการดัดแปลงค่อนข้างตรงไปตรงมา เพียงเรียงเรื่องตามหนังสือและปรับรายละเอียดบางส่วนให้เหมาะกับรูปแบบซีรีส์เท่านั้น
แต่ Warhammer 40,000 กลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะจักรวาลนี้มีความหนาแน่นของเนื้อหาและประวัติศาสตร์มหาศาล มีนิยายทางการหลายร้อยเรื่อง ตัวละครนับไม่ถ้วน และเรื่องราวที่เกิดขึ้นข้ามช่วงเวลาหลายพันปี ฟลานาแกนจึงมองว่าความท้าทายหลักไม่ใช่การหาว่าจะเล่าอะไร แต่คือจะ “เข้าถึงจักรวาลนี้จากจุดไหน” เพื่อให้ผู้ชมหน้าใหม่ไม่ถูกถาโถมด้วยข้อมูลจำนวนมากตั้งแต่ต้น
บทความยังชี้ให้เห็นว่า Warhammer 40,000 เป็นโลกสมมติที่มีความกำกวมและเล่าผ่านมุมมองที่ไม่น่าเชื่อถืออยู่เสมอ ทำให้การคัดเลือกเส้นเรื่องหลักเพื่อทำเป็นซีรีส์ยิ่งซับซ้อนกว่าเดิม เพราะไม่มีจุดเริ่มต้นหรือโครงสร้างแบบเส้นตรงที่ชัดเจนเหมือนงานแฟนตาซีหรือไซไฟบางเรื่อง ผู้สร้างจึงต้องหาวิธีทำให้ผู้ชมทั่วไปเข้าถึงได้ โดยไม่ทำให้แฟนเดิมรู้สึกว่าถูกตัดทอนหรือบิดเบือนเกินไป
ในเชิงแนวทาง บทความมองว่าโปรเจ็กต์อาจเดินไปทาง Eisenhorn ซึ่งเป็นเรื่องราวที่มีขอบเขตแคบกว่าและเน้นตัวละครมนุษย์เป็นหลัก มากกว่าจะทุ่มไปกับสงครามขนาดใหญ่หรือ Space Marines ที่เป็นสัญลักษณ์ของแฟรนไชส์ การเลือกเส้นเรื่องลักษณะนี้จะช่วยให้การผลิตควบคุมได้ง่ายขึ้น และอาจเป็นทางเข้าแบบเป็นมิตรสำหรับคนที่ไม่เคยรู้จัก Warhammer มาก่อน
โดยรวมแล้ว ฟลานาแกนไม่ได้มอง Warhammer 40,000 ว่าเป็นอุปสรรคที่ทำให้โปรเจ็กต์ล้มเหลว แต่เป็นความท้าทายระดับสูงที่น่าตื่นเต้นสำหรับทีมสร้าง ขณะเดียวกันข่าวนี้ก็สะท้อนความคาดหวังต่อซีรีส์ Warhammer ของ Amazon และบทบาทของ Henry Cavill ในฐานะหนึ่งในหัวหอกของโปรเจ็กต์ ซึ่งยังอยู่ในช่วงพัฒนาและต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติมต่อไป


