MindsEye อัปเดตใหญ่เพิ่มโหมดมัลติเพลเยอร์และเกม “ฟุตบอลระเบิด”
Build a Rocket Boy ยังเดินหน้าพัฒนา MindsEye ต่อ แม้เกมจะได้รับเสียงตอบรับย่ำแย่ ยอดขายไม่ดี และเคยเสียผู้จัดจำหน่ายอย่าง IO Interactive ไปแล้ว โดยล่าสุดสตูดิโอปล่อยอัปเดต Update 8 ซึ่งถูกระบุว่าเป็น…

Build a Rocket Boy ยังเดินหน้าพัฒนา MindsEye ต่อ แม้เกมจะได้รับเสียงตอบรับย่ำแย่ ยอดขายไม่ดี และเคยเสียผู้จัดจำหน่ายอย่าง IO Interactive ไปแล้ว โดยล่าสุดสตูดิโอปล่อยอัปเดต Update 8 ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในแพตช์ที่ใหญ่ที่สุดของเกม และเพิ่มเนื้อหาใหม่หลายส่วนทั้งฝั่งผู้เล่นหลายคนและโหมดเนื้อเรื่อง
ไฮไลต์สำคัญคือการเพิ่มมัลติเพลเยอร์แบบทีมที่เรียกว่า “grenade football” ซึ่งเป็นเกมแข่งขันบนสนามคล้ายกีฬา โดยผู้เล่นฝั่งสีแดงและสีน้ำเงินต้องวิ่งไล่แย่งลูกบอลขนาดใหญ่แล้วใช้อาวุธแบบยิงระเบิดผลักลูกเข้าประตู อีกทั้งยังมีโทนการนำเสนอที่ชวนให้นึกถึง Rocket League แต่ตัดรถออก เหลือเพียงผู้เล่นบนสนามแทน อย่างไรก็ตาม จากคำอธิบายและภาพที่มีการทดสอบ โหมดนี้ดูค่อนข้างพื้นฐานและยังมีงานภาพหรือฟีเจอร์หลายอย่างที่ดูหยาบและไม่ลื่นไหลนัก
ประเด็นที่น่าสนใจคือโหมดใหม่อาจเจอปัญหาเรื่องจำนวนผู้เล่นจริง เพราะช่วงเวลาที่รายงานออกมา เกมมีผู้เล่นพร้อมกันสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงเพียง 36 คนเท่านั้น จึงน่ากังวลว่าโหมดที่ต้องอาศัยผู้เล่นหลายคนอาจหาคิวเล่นได้ยาก แม้ตัวเกมจะเพิ่งอัปเดตเพิ่มเข้ามาก็ตาม
นอกจากมัลติเพลเยอร์แล้ว อัปเดตยังเพิ่มสนามแข่งใหม่ ฟีเจอร์โซเชียล และปรับปรุงส่วนเล่นคนเดียวในหลายจุด โดยเฉพาะการแก้สมดุลความยากของภารกิจ ปรับพฤติกรรมและเส้นทางการเคลื่อนที่ของ AI ให้ดีขึ้น ปรับฟิสิกส์เมื่อศัตรูโดนแรงระเบิด ปรับการควบคุมยานพาหนะ และทำให้อนิเมชันเชื่อมต่อระหว่างการเคลื่อนที่ การต่อสู้ และการโต้ตอบลื่นขึ้น
ผู้เขียนมองว่าการเติมโหมดออนไลน์หรือฟีเจอร์ลักษณะเมตาเวิร์สอาจไม่ใช่สิ่งที่แฟนเกมต้องการมากที่สุด แต่การปรับปรุงแคมเปญหลักให้เล่นได้ดีขึ้นน่าจะเป็นประโยชน์กว่า เพราะปัจจุบันเกมแนวโอเพ่นเวิลด์เชิงยิงปะทะแบบนี้มีออกมาไม่มากนัก ท่ามกลางเงาของ Grand Theft Auto 6 ที่กำลังจะมาในอนาคต
อย่างไรก็ดี ความพยายามพัฒนาเกมต่อของสตูดิโอยังถูกตั้งคำถามจากปัญหาภายในหลายด้าน ทั้งการปลดพนักงานหลายรอบ กระแสข่าวลือและข้อกล่าวหาเกี่ยวกับผู้บริหาร รวมถึงข้อครหาจากอดีตพนักงานเรื่องการติดตั้งเทคโนโลยีสอดส่องโดยไม่เปิดเผย ซึ่งทำให้ภาพรวมของการอัปเดตนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องคอนเทนต์เกม แต่ยังสะท้อนสภาพของสตูดิโอที่ยังคงเผชิญแรงกดดันหนักอยู่ต่อเนื่อง


