Moment Energy ปั้นแบต EV เก่าเป็นระบบกักเก็บพลังงานในตู้คอนเทนเนอร์
Moment Energy เป็นสตาร์ทอัพจากแคนาดาที่พยายามแก้โจทย์ใหญ่ของตลาดกักเก็บพลังงานที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยแนวทาง “ยืดอายุ” แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแทนการนำไปรีไซเคิลทันที บริษัทตั้งเป้าสร้างระบบกักเก็บ…

Moment Energy เป็นสตาร์ทอัพจากแคนาดาที่พยายามแก้โจทย์ใหญ่ของตลาดกักเก็บพลังงานที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยแนวทาง “ยืดอายุ” แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแทนการนำไปรีไซเคิลทันที บริษัทตั้งเป้าสร้างระบบกักเก็บพลังงานแบบเชื่อมต่อกริดจากแบต EV มือสอง เพื่อช่วยลดการพึ่งพาซัพพลายเชนที่ยังผูกกับจีนเป็นหลัก และตอบรับความต้องการสำรองไฟที่เพิ่มขึ้นทั้งจากภัยพิบัติและศูนย์ข้อมูลที่ใช้ไฟจำนวนมาก
จุดเริ่มต้นของบริษัทมาจากกลุ่มผู้ก่อตั้งสี่คนที่เคยเรียนวิศวกรรม mechatronics และทำทีมรถแข่งไฟฟ้าร่วมกัน ต่อมาหลังจากเรียนจบต่างแยกย้ายไปทำงานในบริษัทเทคโนโลยีและยานยนต์ไฟฟ้าระดับใหญ่ แต่กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเมื่อเหตุพายุทอร์นาโดในออตตาวาปี 2018 ทำให้เกิดไฟดับวงกว้าง กระทบโรงพยาบาลและโครงข่ายสื่อสาร เหตุการณ์นั้นทำให้พวกเขาเห็นช่องว่างของตลาดสำรองพลังงาน จนเริ่มถอดแบตเตอรี่ Nissan Leaf ในโรงรถที่บริติชโคลัมเบียเพื่อนำมาดัดแปลงเป็นระบบไฟสำรองสำหรับบ้านและธุรกิจ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวคิดนี้ยิ่งสอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากขึ้น เพราะทั้งพายุ ไฟป่า และสภาพอากาศสุดขั้วทำให้ไฟดับเกิดถี่ขึ้น ขณะเดียวกันความต้องการของศูนย์ข้อมูลและลูกค้าองค์กรก็ผลักดันให้ตลาดระบบเก็บพลังงานขยายตัวอย่างต่อเนื่อง Moment จึงเริ่มรับลูกค้าระดับอุตสาหกรรมมากขึ้น เช่น โรงพยาบาล สนามบิน และธุรกิจที่ต้องการหลีกเลี่ยงการอัปเกรดระบบไฟแพงๆ หรือเตรียมรับความเสี่ยงจากไฟดับ
อีกปัจจัยที่หนุนธุรกิจคือแรงกดดันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เพราะแบตเตอรี่ใหม่จำนวนมากยังผลิตในจีน และการนำเข้ามายังสหรัฐฯ ต้องเผชิญภาษีสูง Moment จึงได้ประโยชน์จากการเสนอแบตเตอรี่ “ผลิตในทวีปอเมริกาเหนือ” จากการนำแบตมือสองมาปรับใช้ใหม่ในแคนาดาและโรงงานใหม่ที่กำลังสร้างในสหรัฐฯ บริษัทระบุว่าตนเป็นผู้เล่นด้าน “second life battery” รายแรกๆ ที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก UL ซึ่งมีความสำคัญต่อการประเมินโดยนักลงทุนและบริษัทประกันภัย
กระบวนการของ Moment เริ่มจากรับแบตเตอรี่ที่ใช้งานจากค่ายรถหลายรายมาตรวจสภาพเซลล์แต่ละก้อนด้วยข้อมูลและแบบจำลอง AI เฉพาะของบริษัท จากนั้นคัดเซลล์ที่ยังไม่ผ่านมาตรฐานออกไปรีไซเคิล ส่วนที่ยังใช้ได้จะถูกจัดเรียงใหม่และบรรจุลงในตู้เหล็กขนาด 20 หรือ 40 ฟุต เพื่อเป็นระบบกักเก็บพลังงานใช้งานต่อได้อีกนานราว 10–30 ปี แนวทางนี้ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และชะลอการส่งแบตเตอรี่เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลซึ่งยังมีต้นทุนสูงและกระจุกตัวอยู่ในจีน
แม้แนวคิดจะน่าสนใจ แต่บริษัทยังเป็นเพียงผู้เล่นขนาดเล็กในตลาดรวม โดยตลอดเวลาที่ผ่านมาเพิ่งติดตั้งระบบไป 11 ชุดเท่านั้น การขยายตัวจึงขึ้นอยู่กับว่าจะหาแบตเตอรี่ใช้แล้วได้มากเพียงใด และจะตรวจสอบ-ประกอบซ้ำได้เร็วแค่ไหน ปัจจุบันบริษัทจัดหาแบตจากค่ายรถราว 20 ราย เช่น Nissan และ Mercedes-Benz ขณะเดียวกันก็ยังต้องแข่งขันกับแบตเตอรี่ใหม่ราคาถูกจากจีน ซึ่งบางช่วงอาจมีต้นทุนต่ำกว่าระบบรีพับบิชของบริษัทแม้คิดรวมภาษีและค่าขนส่งแล้ว
ด้านการขยายกำลังผลิต Moment เปิดโรงงาน Megafactory 1 ในแวนคูเวอร์แล้ว โดยตั้งเป้าประมวลผลแบตเตอรี่ได้ 1 กิกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปีภายในปี 2030 และกำลังทำโรงงานที่ใหญ่กว่านี้ในเท็กซัสด้วยเงินสนับสนุนบางส่วนจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ และเงินลงทุนรวมแล้วกว่า 100 ล้านดอลลาร์จากนักลงทุนรายใหญ่ เช่น Amazon และ Liberty Mutual อย่างไรก็ดี แม้สองศูนย์การผลิตจะเดินหน้าเต็มที่ ก็ยังรองรับแบตเตอรี่หมดอายุจากรถในอเมริกาเหนือได้เพียงบางส่วนเท่านั้น สะท้อนว่าหากต้องการสร้างผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศได้จริง บริษัทจะต้องเร่งขยายสเกลให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

