ผลทดลองยาเบาหวาน-ลดอ้วนตัวใหม่ “เรทาทูไทด์” ชี้ลดน้ำหนักได้สูงสุดราว 25%
นักวิจัยเผยข้อมูลจากการทดลองระยะท้ายของยาเรทาทูไทด์ (retatrutide) ซึ่งถูกจับตามองว่าอาจเป็นยาลดน้ำหนักที่ทรงพลังที่สุดในกลุ่มนี้ โดยผลลัพธ์ที่รายงานออกมาสอดคล้องกับความคาดหวังสูงก่อนหน้าอย่างมาก ผู้…

นักวิจัยเผยข้อมูลจากการทดลองระยะท้ายของยาเรทาทูไทด์ (retatrutide) ซึ่งถูกจับตามองว่าอาจเป็นยาลดน้ำหนักที่ทรงพลังที่สุดในกลุ่มนี้ โดยผลลัพธ์ที่รายงานออกมาสอดคล้องกับความคาดหวังสูงก่อนหน้าอย่างมาก ผู้เข้าร่วมที่ได้ขนาดยาสูงสุดมีน้ำหนักลดเฉลี่ยราว 25% หลังรักษา 80 สัปดาห์ และเพิ่มเป็นเฉลี่ยราว 30% เมื่อขยายการติดตามไปถึง 104 สัปดาห์ อีกทั้งมีผู้เข้าร่วมมากกว่าหนึ่งในสามที่น้ำหนักลดลงตั้งแต่ 30% ขึ้นไป ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงผิดปกติเมื่อเทียบกับการรักษาโรคอ้วนในอดีต
การทดลองนี้เริ่มในปี 2023 และมีอาสาสมัครรวม 2,339 คนจาก 131 ศูนย์วิจัยใน 11 ประเทศ แบ่งเป็น 4 กลุ่มที่ได้รับยาในขนาด 4 มิลลิกรัม 9 มิลลิกรัม 12 มิลลิกรัม หรือยาหลอก โดยผู้เข้าร่วมมีน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ยราว 113 กิโลกรัม และมีค่า BMI เฉลี่ย 40 สะท้อนว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีภาวะอ้วนระดับรุนแรง ผลการทดลองจึงมีน้ำหนักทางคลินิกพอสมควร เพราะทดสอบในประชากรที่มีความเสี่ยงต่อโรคร่วมหลายด้าน
นอกจากผลเรื่องน้ำหนักแล้ว ยายังแสดงสัญญาณบวกต่ออาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วนหลายชนิด ในกลุ่มย่อยที่มีข้อเข่าเสื่อมจากโรคอ้วน พบว่าความปวดเข่าลดลงได้มากถึง 62% ขณะที่กลุ่มที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้นมีจำนวนครั้งของเหตุการณ์หยุดหายใจต่อชั่วโมงลดลงได้มากถึง 57% ผลเหล่านี้บ่งชี้ว่ายาอาจช่วยลดภาระโรคร่วมที่มักตามมาพร้อมกับโรคอ้วน ไม่ใช่แค่ทำให้น้ำหนักลดเพียงอย่างเดียว
ผลด้านเมตาบอลิซึมก็เป็นไปในทิศทางที่ดีเช่นกัน โดยมีการปรับปรุงค่าความดันโลหิต ไตรกลีเซอไรด์ และคอเลสเตอรอลชนิด LDL ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ที่น่าสนใจคือในช่วงเริ่มต้นการทดลอง ผู้เข้าร่วมมากกว่าหนึ่งในสามมีภาวะก่อนเบาหวาน แต่เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ภาวะดังกล่าวหายไปในมากกว่า 90% ของคนกลุ่มนี้ สะท้อนว่าผลของยาอาจขยายไปถึงการป้องกันหรือย้อนกลับความผิดปกติทางเมตาบอลิซึมบางส่วนได้ด้วย
งานวิจัยชุดนี้ถูกเผยแพร่ในวารสาร New England Journal of Medicine ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูล และตอกย้ำว่าเรทาทูไทด์อาจกลายเป็นตัวเลือกสำคัญในตลาดยาลดน้ำหนักยุคใหม่ อย่างไรก็ดี แม้ผลการทดลองจะโดดเด่น แต่การนำไปใช้จริงยังต้องพิจารณาเรื่องความปลอดภัย การยอมรับของผู้ป่วย ราคา และการเข้าถึงยาในระบบสาธารณสุขต่อไป


