Netflix ปลดพนักงานกว่า 1,000 คน คิดเป็นราว 6% ของทั้งบริษัท
Netflix เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่บริษัทเคยทำมา โดยปลดพนักงานมากกว่า 1,000 คน หรือราว 6% ของกำลังคนทั้งหมด การลดคนรอบนี้กระทบหนักกับทีมผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี กฎหมาย และทรัพยากร…

Netflix เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่บริษัทเคยทำมา โดยปลดพนักงานมากกว่า 1,000 คน หรือราว 6% ของกำลังคนทั้งหมด การลดคนรอบนี้กระทบหนักกับทีมผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี กฎหมาย และทรัพยากรบุคคล สะท้อนว่าบริษัทกำลังพยายามจัดลำดับความสำคัญของทรัพยากรใหม่ หลังเผชิญแรงกดดันจากการเติบโตที่ชะลอและการแข่งขันในตลาดสตรีมมิงที่รุนแรงขึ้น
ซีอีโอร่วม เท็ด ซารานดอส และ เกร็ก ปีเตอร์ส ระบุในอีเมลถึงพนักงานว่า เป้าหมายของบริษัทในการ “สร้างความบันเทิงให้คนทั้งโลก” ยังเหมือนเดิม แต่ต้องบริหารบุคลากรและงบประมาณอย่างมีวินัยมากขึ้น โดยย้ำว่าธุรกิจของ Netflix ยังแข็งแรงและยังเดินหน้าตามเป้ารายได้ทั้งปีได้ บริษัทตั้งใจจะลงทุนต่อในด้านที่ให้ผลกระทบสูง เพื่อยกระดับบริการและผลักดันการเติบโตในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของ Netflix ในช่วงหลังถูกตั้งคำถามมากขึ้นว่าบริษัทเน้นจำนวนคอนเทนต์มากกว่าคุณภาพหรือไม่ ขณะที่การเติบโตของผู้ชมและการรักษาความสนใจของสมาชิกเป็นโจทย์สำคัญ บริษัทจึงเริ่มหันไปพึ่งพาคอนเทนต์จากพันธมิตรมากขึ้น รวมถึงดีลกับ Disney ที่จะนำรายการบางส่วนจาก Disney+ มาให้บริการแก่สมาชิก Netflix จำนวนกว่า 325 ล้านคน เพื่อช่วยเติมไลน์อัปและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ชม
ในแง่คอนเทนต์ Netflix ยังเดินหน้าปล่อยผลงานใหม่ต่อเนื่อง เช่น รายการที่ประกาศสำหรับเดือนตุลาคม ซึ่งมีทั้งซีรีส์มินิซีรีส์ East of Eden, ผลงาน Animals ของเบน แอฟเฟล็ก และ Below ที่นำแสดงโดยจอช ฮาร์ตเน็ตต์ นอกจากนี้ยังมีการเตรียมฉาย Cyberpunk: Edgerunners Season 2 ในวันที่ 20 ตุลาคม ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทยังคงพยายามสร้างคอนเทนต์หลากหลายเพื่อดึงผู้ชมให้อยู่บนแพลตฟอร์มนานขึ้น
อีกหนึ่งแนวทางที่ Netflix ใช้ขยายฐานผู้ใช้คือเกม โดยบริษัทพยายามสร้าง “เวลาบนแพลตฟอร์ม” ผ่านบริการเกมที่ซ่อนอยู่ภายในแอป แม้บางแคมเปญจะได้ผลดี เช่น กระแสจาก GTA 6 Extended Look ที่เป็นคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟในช่วงแรกและทำยอดชมได้สูง แต่ภาพรวมธุรกิจเกมของบริษัทก็ยังมีปัญหา ล่าสุดสตูดิโอที่พัฒนาเกมฟุตบอลของ Netflix ต้องปลดพนักงานจำนวนมาก ขณะที่ตัวเกมเองก็ถูกวิจารณ์เรื่องการควบคุม กราฟิก และระบบ AI
การปลดพนักงานครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง Netflix ปรับขึ้นราคาบริการไปแล้วในเดือนมีนาคม ทำให้สะท้อนชัดว่าบริษัทกำลังพยายามรักษาสมดุลระหว่างการเติบโต การควบคุมต้นทุน และการลงทุนในพื้นที่ที่เชื่อว่าจะให้ผลตอบแทนสูงที่สุด แม้จะยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติมจากบริษัทนอกเหนือจากข้อความในอีเมลภายใน แต่การตัดสินใจรอบนี้น่าจะเป็นสัญญาณว่าช่วงต่อไป Netflix จะเน้นประสิทธิภาพขององค์กรและการคัดเลือกการลงทุนมากขึ้นกว่าการขยายตัวแบบกว้างๆ เหมือนในอดีต

