มีรายงานว่า RTX 5070 รุ่นย่อยใหม่อาจเพิ่มซัพพลาย แต่ไม่น่าช่วยเรื่องราคา
มีรายงานว่า Nvidia อาจเตรียมออก GeForce RTX 5070 รุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปใช้ชิป GB203 แบบลดทอน แทน GB205 ที่ใช้ในรุ่นเปิดตัวเดิม แนวคิดนี้ไม่ได้หมายความว่าจะได้การ์ดที่แรงขึ้น แต่เป็นการนำชิปที่มีส่วนใช้…

มีรายงานว่า Nvidia อาจเตรียมออก GeForce RTX 5070 รุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปใช้ชิป GB203 แบบลดทอน แทน GB205 ที่ใช้ในรุ่นเปิดตัวเดิม แนวคิดนี้ไม่ได้หมายความว่าจะได้การ์ดที่แรงขึ้น แต่เป็นการนำชิปที่มีส่วนใช้งานไม่สมบูรณ์จากสายการผลิตมาจัดวางในระดับผลิตภัณฑ์ที่ต่ำลง เพื่อช่วยระบายสต็อก GPU ที่ไม่ผ่านเงื่อนไขเต็มรูปแบบของรุ่นที่สูงกว่า
ในเชิงสถาปัตยกรรม RTX 5070 ปัจจุบันก็ไม่ได้ใช้ชิปแบบเต็มอยู่แล้ว และมีจำนวน CUDA cores ใกล้เพดานสูงสุดของ GB205 ขณะที่ GB203 เป็นชิปเดียวกับที่อยู่ใน RTX 5070 Ti และ RTX 5080 ดังนั้นการนำ GB203 มา “ตัดลด” ให้เหลือสเปกระดับ RTX 5070 จึงเป็นการเปลี่ยนที่มุ่งเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการผลิต มากกว่าการเพิ่มประสิทธิภาพหรือขยายแบนด์วิดท์หน่วยความจำ
บทความชี้ว่า Nvidia เคยใช้วิธีลักษณะนี้มาก่อนในกลุ่ม RTX 5060 ที่มีเวอร์ชันชิปย่อยของตัวเอง แต่ผลลัพธ์ไม่ได้ทำให้การ์ดแรงขึ้น เพียงแต่ช่วยให้บริษัทนำซิลิกอนที่ยังใช้งานได้บางส่วนออกมาขายได้คุ้มค่าขึ้น ในกรณีนี้ การใช้ GB203 กับ RTX 5070 จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งวิธีจัดการผลผลิตจาก TSMC 4N ที่ไม่สมบูรณ์พอจะนำไปเป็นรุ่นสูงกว่า
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมองว่าผู้บริโภคไม่น่าจะได้ประโยชน์ด้านราคา แม้ซัพพลายในตลาดอาจดีขึ้นบ้าง แต่ไม่ได้แปลว่าราคาจะลดลง เพราะ RTX 5070 ในตลาดจริงยังถูกขายสูงกว่าราคาแนะนำมาก โดยมีการอ้างว่าราคาแตะราว 800 ดอลลาร์เมื่อเทียบกับ MSRP ที่ 549 ดอลลาร์ ทำให้การเพิ่มจำนวนการ์ดอาจเพียงช่วยให้ของมีมากขึ้น แต่ยังเป็นสินค้าที่แพงอยู่ดี
บทความยังเชื่อมโยงปัญหานี้กับการไต่ราคาของการ์ดรุ่นอื่นในช่วงเดียวกัน โดยเฉพาะ RTX 5060 Ti 16GB ที่มีราคาไม่น่าจูงใจเช่นกัน และส่งผลให้การ์ดฝั่งคู่แข่งอย่าง RX 9070 GRE ดูเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าในบางช่วงราคา สะท้อนว่าภาวะตลาด GPU รุ่นกลางถึงบนยังตึงตัวและไม่เป็นมิตรกับผู้ซื้อ
ภาพรวมแล้ว ข่าวนี้จึงเป็นสัญญาณว่าซัพพลายของ RTX 5070 อาจดีขึ้นจากการนำชิปที่ถูกคัดทิ้งในระดับสูงกว่ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่สำหรับผู้ใช้พีซีและเกมเมอร์แล้ว โอกาสที่จะเห็นราคาลดลงยังดูต่ำมาก ผู้เขียนถึงกับคาดว่า Nvidia อาจเดินหน้าทำวิธีคล้ายกันกับรุ่นอื่นต่อไป หากตลาดยังยอมรับการ์ดที่ขายแพงกว่าราคาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง

