ผู้กำกับ Ninja Scroll เผยเหตุผลที่ไม่สร้างหนังใหม่มานานเกือบ 20 ปี
Yoshiaki Kawajiri ผู้กำกับอนิเมะระดับตำนานที่อยู่เบื้องหลังผลงานอย่าง Ninja Scroll และ Vampire Hunter D: Bloodlust เปิดใจถึงเหตุผลที่เขาห่างหายจากการกำกับภาพยนตร์เรื่องใหม่มาเกือบสองทศวรรษ ในช่วงที่…

Yoshiaki Kawajiri ผู้กำกับอนิเมะระดับตำนานที่อยู่เบื้องหลังผลงานอย่าง Ninja Scroll และ Vampire Hunter D: Bloodlust เปิดใจถึงเหตุผลที่เขาห่างหายจากการกำกับภาพยนตร์เรื่องใหม่มาเกือบสองทศวรรษ ในช่วงที่ Ninja Scroll กำลังจะกลับเข้าฉายในโรงแบบรีรีลีส 4K เขาระบุว่าปัจจัยสำคัญคืออายุที่มากขึ้น สภาพร่างกาย และนิสัยการทำงานที่เขาไม่สามารถปล่อยให้ผลงานอยู่ในมือคนอื่นได้ทั้งหมดได้ หากต้องกำกับงานยาวทั้งเรื่องก็จะเกินกำลังของเขาในตอนนี้
แม้จะไม่ได้กำกับหนังใหม่แล้ว แต่ Kawajiri ยังมีบทบาทอยู่ในอุตสาหกรรมอนิเมะในฐานะผู้ช่วยงานเบื้องหลัง โดยเฉพาะงานสตอรี่บอร์ดให้กับซีรีส์ที่ได้รับความสนใจอย่าง Beastars, Frieren: Beyond Journey’s End และ Jujutsu Kaisen เขาอธิบายว่าการเลือกเข้าร่วมโปรเจกต์ใดโปรเจกต์หนึ่งขึ้นอยู่กับว่าตัวงานต้องน่าสนใจสำหรับเขาก่อน เพราะกระบวนการทำสตอรี่บอร์ดของเขาอาศัยความอยากรู้อยากเห็นและความสามารถในการทำให้ผู้ชมติดตามเรื่องราวได้อย่างต่อเนื่อง
ในบทสัมภาษณ์ เขายังพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของวงการอนิเมะตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยมองว่ากระแสโหยหางานเก่าไม่ได้เกิดจากความคิดถึงอดีตเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนความต้องการงานคุณภาพสูงที่ดูดีและสนุกไม่ว่ายุคไหน เขาเชื่อว่าจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมคือการเติบโตของตลาด OVA ในทศวรรษ 1980 ซึ่งช่วยให้ผู้สร้างมีพื้นที่ทดลองและแสดงตัวตนได้มากขึ้น และมีส่วนทำให้อะนิเมะญี่ปุ่นพัฒนาเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก
ประเด็นหลักอีกส่วนคือการกลับมาของ Ninja Scroll ในเวอร์ชัน 4K ซึ่งทีมงานได้บูรณะภาพอย่างละเอียดภายใต้การดูแลของ Kawajiri เป้าหมายคือคงเสน่ห์ของงานวาดต้นฉบับ ความหนาแน่นของฉาก และพื้นผิวฟิล์มแบบอนาล็อกเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ปรับลบรอยขีดข่วน ฝุ่น และความเสียหายจากฟิล์มเก่าอย่างพิถีพิถัน กระบวนการนี้ใช้เวลามากเพราะเป็นผลงานที่ผลิตมานานกว่า 30 ปี
Kawajiri ระบุว่าเขาหวังให้แฟนเดิมได้ชมภาพที่ทรงพลังขึ้นจากการรีมาสเตอร์ และอยากให้ผู้ชมหน้าใหม่เห็นด้วยตัวเองว่างานคลาสสิกที่แข็งแรงจริง ๆ ยังทรงพลังได้แม้เวลาจะผ่านไปนาน การนำ Ninja Scroll เข้าฉายในโรงแบบจำกัดรอบในสหรัฐฯ และแคนาดา จึงเป็นทั้งการรื้อฟื้นผลงานสำคัญของเขา และสะท้อนคุณค่าของอนิเมะคลาสสิกที่ยังคงมีอิทธิพลต่อคนดูในปัจจุบัน


