Nintendo Switch Sports Resort พา Wuhu Island กลับมา พร้อม 12 กีฬาเริ่มต้น
Nintendo Switch Sports Resort คือภาคต่อสายเกมกีฬาควบคุมการเคลื่อนไหวที่พาผู้เล่นกลับสู่ Wuhu Island เกาะสวรรค์จากยุค Wii Sports Resort อีกครั้ง หลังห่างหายไปจากเกมหลักของ Nintendo หลายปี บทความต้นทาง…

Nintendo Switch Sports Resort คือภาคต่อสายเกมกีฬาควบคุมการเคลื่อนไหวที่พาผู้เล่นกลับสู่ Wuhu Island เกาะสวรรค์จากยุค Wii Sports Resort อีกครั้ง หลังห่างหายไปจากเกมหลักของ Nintendo หลายปี บทความต้นทางเป็นพรีวิวหลังได้ลองเล่นเดโมในงาน San Diego Comic-Con โดยผู้เขียนระบุชัดว่าการได้กลับไปเยือนเกาะนี้ทำให้รู้สึกเหมือนย้อนกลับไปสู่ยุคทองของเกมปาร์ตี้บนเครื่อง Nintendo
ในเดโม ผู้เขียนได้ทดลองเล่น 4 จากทั้งหมด 12 กีฬา ได้แก่ ยิงธนู โบว์ลิ่ง พาวเวอร์ครูซซิง และ Thumb Wrestling ซึ่งเป็นหนึ่งในกีฬาหน้าใหม่ของภาคนี้ โดยภาพรวมเกมยังคงยึดหลักการเดิมคือใช้ Joy-Con เพียงข้างเดียวหรือคู่เดียวในการควบคุมแบบง่าย ๆ ผ่านการแกว่ง การเอียง หรือการกดปุ่มเล็กน้อย ทำให้ยังคงเข้าถึงง่ายสำหรับเล่นกับครอบครัวและเพื่อนเหมือนภาคก่อน ๆ
จุดที่ผู้เขียนมองว่าโดดเด่นคือเกมมีคอนเทนต์เริ่มต้นครบ 12 กีฬา เทียบเท่าภาค Wii ดั้งเดิม ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาแบบ Nintendo Switch Sports ภาคก่อนที่เปิดตัวด้วยเนื้อหาค่อนข้างบาง และต้องทยอยเพิ่มกีฬาใหม่ตามมาภายหลัง เขายกตัวอย่างว่าโบว์ลิ่งแบบ 100 พินที่เคยเป็นเอกลักษณ์ของ Wii Sports Resort กลับมาอีกครั้ง ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนเก่าของซีรีส์
ในบรรดากีฬาที่ลอง ผู้เขียนชอบยิงธนูมากที่สุด เพราะการถือ Joy-Con 2 แบบไร้สายทำให้เล็งและดึงสายธนูได้อิสระขึ้น ขณะที่ต้องรับมือกับลมและเป้าหมายที่วางอยู่ตามแนวชายหาดของ Wuhu Island ส่วน Thumb Wrestling แม้จะเป็นไอเดียใหม่ที่น่าสนใจ แต่ผู้เขียนยังตั้งข้อสงสัยเรื่องความลึกและความทนในการเล่นระยะยาว เพราะให้ความรู้สึกเรียบง่ายกว่ากีฬาประเภทดวลตัวต่อตัวแบบ Swordfighting ในภาคเก่า
เกมโหมด Power Cruising หรือการขับเจ็ตสกีก็ถูกกล่าวถึงในแง่บรรยากาศที่ชวนให้นึกถึง Wave Race 64 แม้ในการเดโมจะยังได้ลองในเงื่อนไขที่จำกัดและเล่นคนเดียวเป็นหลัก ซึ่งทำให้ยังประเมินความสนุกจริงในโหมดมัลติเพลเยอร์ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมองว่าตัวเกมออกแบบมาเพื่อการเล่นกับคนอื่นเป็นหลัก จึงน่าจะสนุกขึ้นมากเมื่อได้เล่นพร้อมกันหลายคน
อีกประเด็นที่สื่อถึงการยกระดับจากภาคก่อนคือการใช้ Joy-Con 2 ในรูปแบบจับถือที่หลากหลายกว่าเดิม ทั้งถือแนวตั้ง จับแบบปุ่มอยู่ใต้หัวแม่มือ หรือจับสองข้างคล้ายแฮนด์จักรยาน/แฮนด์บาร์ ซึ่งสะท้อนว่าระบบไจโรของ Switch 2 ทำงานได้แม่นยำและลื่นไหลกว่าระบบเดิมบน Switch รุ่นแรกที่เคยมีปัญหาเรื่องการจับทิศทางสั่นไหว นี่จึงถูกมองว่าเป็นเวทีที่เหมาะกับการโชว์ศักยภาพของคอนโทรลเลอร์ชุดใหม่
ถึงอย่างนั้น ผู้เขียนก็ยอมรับว่าความรุ่งโรจน์สูงสุดของซีรีส์นี้อาจผ่านไปแล้วในยุค Wii เมื่อเกมแนวนี้เป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมมากกว่าจะเป็นเพียงเกมพักผ่อน เขายังแสดงความเสียดายที่ Nintendo ยังผลักดันตัวละคร Sportsmate มากกว่าจะยก Miis กลับมาเป็นหน้าตาหลักของซีรีส์ แม้ผู้เล่นยังเลือกใช้ Mii ได้ก็ตาม
โดยสรุป พรีวิวนี้มองว่า Nintendo Switch Sports Resort มีศักยภาพจะเป็นเกมปาร์ตี้ประจำเครื่อง Switch 2 ที่น่าจับตา ด้วยคอนเทนต์เปิดตัวที่ครบ เครื่องมือควบคุมที่ดีขึ้น และเสน่ห์ของ Wuhu Island ที่ยังทำงานได้ดี แม้ความรู้สึกตื่นเต้นอาจขับเคลื่อนด้วยความคิดถึงเป็นหลัก แต่เกมก็ยังดูพร้อมจะเป็นจุดนัดพบสำหรับการเล่นกับเพื่อนและครอบครัวในยุคใหม่


