สตรีม Phantom Blade Zero ถูกกระแส “No Disc No Buy” กลบ หลังแฟนเกมเตรียมบอยคอต PlayStation
Sony จัดไลฟ์ State of Play สำหรับเกม Phantom Blade Zero ตามกำหนด แม้กระแสต่อต้านการยุติการผลิตแผ่นเกม PlayStation จะรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่หลายคนคาดไว้ คือคอมเมนต์ใน YouTube…

Sony จัดไลฟ์ State of Play สำหรับเกม Phantom Blade Zero ตามกำหนด แม้กระแสต่อต้านการยุติการผลิตแผ่นเกม PlayStation จะรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่หลายคนคาดไว้ คือคอมเมนต์ใน YouTube และ Twitch ถูกถล่มด้วยข้อความแนว “no disc no buy” จนแทบกลบการพูดคุยเกี่ยวกับตัวเกมโดยสิ้นเชิง
แม้ Phantom Blade Zero จะเป็นผลงานของสตูดิโอ S-Game และไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้โดยตรง แต่กลับกลายเป็นเวทีให้แฟนเกมระบายความไม่พอใจต่อแผนของ Sony ที่จะยุติการผลิตเกมแบบแผ่นตั้งแต่ปี 2028 ผู้เล่นจำนวนมากมองว่านี่เป็นปัญหาเรื่องสิทธิ์ในการครอบครองเกม การเก็บรักษาสื่อเกมในระยะยาว และความสะดวกของผู้บริโภค โดยมีทั้งคำร้องออนไลน์และการถล่มโพสต์โซเชียลมีเดียของ PlayStation อย่างต่อเนื่อง
แรงต้านไม่ได้มาจากแค่แฟนเกมเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงองค์กรในอุตสาหกรรมด้วย โดยสมาคม Digital Entertainment and Retail Association ของสหราชอาณาจักรออกมาวิจารณ์ว่าแนวทางของ Sony คือการให้ “ความสะดวกของบริษัทเหนือกว่าทางเลือกของผู้บริโภค” ขณะเดียวกัน กลุ่มที่สนับสนุนสื่อกายภาพก็เริ่มเรียกร้องให้เกิดการบอยคอต PlayStation ชั่วคราวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ในเดือนสิงหาคม เพื่อกดดันให้ Sony ทบทวนท่าที
แคมเปญที่ถูกพูดถึงมากคือ #PSBlackout ซึ่งถูกผลักดันผ่านบัญชีโซเชียลที่วิจารณ์แผนเลิกผลิตแผ่นของ Sony โดยเรียกร้องให้ผู้เล่นงดล็อกอิน งดเล่นเกม และงดซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มของบริษัทระหว่างวันที่ 23-30 สิงหาคม จุดประสงค์คือส่งสัญญาณว่าชุมชนผู้เล่นไม่พอใจกับการเดินหน้าไปสู่ระบบดิจิทัลเต็มตัว
อย่างไรก็ตาม Sony ดูเหมือนยังไม่คิดกลับลำ บริษัทเคยชี้แจงว่าแผนดังกล่าวเป็นการตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และยืนยันว่ามองไม่เห็นผลกระทบทางลบต่อธุรกิจในตอนนี้หรืออนาคต ตัวเลขล่าสุดของบริษัทสะท้อนว่าการดาวน์โหลดดิจิทัลมีสัดส่วนสูงมากอยู่แล้ว ขณะที่ข้อมูลอุตสาหกรรมก็ชี้ว่ายอดขายแผ่นเกม PlayStation ในสหรัฐฯ ลดลงอย่างมากในปีนี้
บทความยังอธิบายเหตุผลเชิงธุรกิจของ Sony ว่าการขายแบบดิจิทัลทำกำไรต่อหน่วยสูงกว่าอย่างชัดเจน เพราะบริษัทได้ส่วนแบ่งเต็มจากเกมที่ขายผ่าน PlayStation Store ของตัวเอง ขณะที่การขายแบบแผ่นต้องแบ่งรายได้ให้ร้านค้าปลีกและมีต้นทุนการผลิตเพิ่มเข้ามา แม้การตัดสินใจนี้จะสร้างความไม่พอใจให้แฟนเกมจำนวนหนึ่ง แต่ในมุมของ Sony แรงจูงใจทางรายได้และแนวโน้มตลาดดูจะทำให้การเดินหน้าสู่โลกดิจิทัลเต็มรูปแบบเป็นเรื่องที่ยากจะหวนกลับได้ในระยะสั้น


