Outlast เกือบไม่เกิด เพราะค่ายเกมเมินลงทุน ก่อน Red Barrels ใช้เงินออมและทุนรัฐพัฒนาเกมจนสำเร็จ
Outlast หนึ่งในเกมสยองขวัญที่กลายเป็นชื่อคุ้นหูของวงการ แท้จริงแล้วเคยเกือบไม่ได้ออกวางจำหน่ายเลย ตามคำบอกเล่าของ Philippe Morin ผู้ร่วมก่อตั้ง Red Barrels ทีมพัฒนาเริ่มต้นจากการออกจากงานเดิมและรวมตัว…

Outlast หนึ่งในเกมสยองขวัญที่กลายเป็นชื่อคุ้นหูของวงการ แท้จริงแล้วเคยเกือบไม่ได้ออกวางจำหน่ายเลย ตามคำบอกเล่าของ Philippe Morin ผู้ร่วมก่อตั้ง Red Barrels ทีมพัฒนาเริ่มต้นจากการออกจากงานเดิมและรวมตัวกันเป็นทีมเล็กๆ ราว 10 คน โดยมีไอเดียแรกคือการทำเกมสยองขวัญเต็มรูปแบบ แต่เมื่อเริ่มนำเสนอโปรเจกต์ให้ผู้จัดจำหน่าย หลายค่ายกลับไม่สนใจและมองว่าเงินทุนไปลงกับเกมมือถือจำนวนมากน่าจะคุ้มกว่า ทำให้เกมแนวสยองขวัญซึ่งถูกมองว่าเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มยิ่งหาทุนได้ยากในเวลานั้น
Morin เล่าว่าเดิมทีทีมคาดว่าจะใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนในการทำพิตช์แล้วไปคุยกับผู้จัดจำหน่าย หากไม่ได้ผลก็จะได้ตัดสินใจเร็ว แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม เมื่อหลายค่ายปฏิเสธ พวกเขาจึงต้องยอมรับว่าการทำเกมโดยไม่รู้เรื่องฝั่งการตลาด การจัดจำหน่าย และการขายมาก่อน เป็นบทเรียนที่ต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับการพัฒนาเกมจริง
เมื่อหาทุนเอกชนไม่ได้ Red Barrels จึงหันไปพึ่งโครงการลงทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐของแคนาดาอย่าง Canada Media Fund ซึ่งช่วยอัดฉีดเงินทุนให้ราว 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ก็ยังไม่พอสำหรับการปิดโปรเจกต์ ทีมงานจึงต้องดึงเงินออมส่วนตัว ใช้บัตรเครดิต และแม้แต่รีไฟแนนซ์บ้านมาช่วยพยุงโครงการต่อ เป็นความเสี่ยงทางการเงินครั้งใหญ่ที่แทบเอาอนาคตของทีมไปเดิมพันทั้งหมด
ในช่วงเวลานั้นทีมต้องทำงานหนักต่อเนื่องเพื่อให้เกมออกสู่ตลาดก่อนที่เงินจะหมด และสุดท้ายความพยายามก็ได้ผล Outlast ทำยอดขายถึง 400,000 ชุดภายใน 5 เดือนแรก ซึ่งแม้จะมีส่วนที่ขายผ่านช่วงลดราคาก็ตาม ก็ยังมากพอให้ทีมได้รับโบนัสก้อนสำคัญ และเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเกมมีโอกาสเติบโตต่อได้
หลังจากนั้น Outlast กลายเป็นความสำเร็จระดับยาวนาน โดยมียอดขายรวมแตะ 15 ล้านชุดภายในปี 2018 และต่อยอดเป็นซีรีส์อีกหลายภาค รวมถึง The Outlast Trials เกมแนวมัลติเพลเยอร์สยองขวัญที่เพิ่งทำสถิติผู้เล่นพร้อมกันสูงสุดใหม่ไปเมื่อไม่นานนี้ เรื่องนี้สะท้อนทั้งความยากของการทำเกมแนวเฉพาะทาง และความสำคัญของแหล่งทุนทางเลือกอย่างเงินอุดหนุนจากรัฐ เมื่อผู้จัดจำหน่ายแบบดั้งเดิมมองว่าตลาดไม่คุ้มเสี่ยง


