PC Gamer ชูซาวด์แทร็ก Hades 2 ว่าโดดเด่นสุดของปี
คอลัมน์ Critical Hit ของ PC Gamer ยกให้เพลงประกอบของ Hades 2 เป็นหนึ่งในงานดนตรีเกมที่ติดหูและทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยเจอ โดยผู้เขียนระบุว่าแม้จะหยุดเล่นเกมไปแล้วหลังใช้เวลากว่า 65 ชั่วโมงจนจบเนื้อ…

คอลัมน์ Critical Hit ของ PC Gamer ยกให้เพลงประกอบของ Hades 2 เป็นหนึ่งในงานดนตรีเกมที่ติดหูและทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยเจอ โดยผู้เขียนระบุว่าแม้จะหยุดเล่นเกมไปแล้วหลังใช้เวลากว่า 65 ชั่วโมงจนจบเนื้อเรื่องหลัก แต่ซาวด์แทร็กยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่หาย
บทความชี้ว่าเสน่ห์ของเพลงในภาคนี้ไม่ได้อยู่แค่ท่อนเมโลดี้หลักหรือบรรยากาศสอดแทรกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเพลงต่อสู้กับบอสที่ถูกออกแบบมาให้เป็น “จุดขาย” ของแต่ละฉากอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผลงานของ Darren Korb ที่ดึงศิลปินรับเชิญเข้ามาช่วยเพิ่มพลังให้เพลงหลายชุด ทำให้ดนตรีมีทั้งความยิ่งใหญ่ ติดหู และเล่นกับอารมณ์ของการต่อสู้ได้อย่างถึงใจ
หนึ่งในไฮไลต์คือชุดเพลงของ Scylla and the Sirens ซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นการผสมผสานอารมณ์ขันกับความดุเดือดได้อย่างยอดเยี่ยม ตั้งแต่แนวคิดของตัวละครที่คอยจิกกัดผู้เล่น ไปจนถึงการเปลี่ยนเพลงให้กลายเป็นดิสแทร็กและเสียงร้องแบบเมทัลจาก Charybdis ทำให้ทั้งขำทั้งมันไปพร้อมกัน ขณะเดียวกันเสียงร้องของ Erin Yvette ก็ช่วยยกระดับความน่าจดจำของช่วงนี้ให้เด่นขึ้นมาก
อีกส่วนที่ถูกยกย่องมากคือดนตรีของ Chronos ทั้ง The Titan of Time และ The End of Time ซึ่งใช้แนวคิดเรื่อง “เวลา” มาผูกกับจังหวะกลองและโครงสร้างเพลงได้อย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะเพลงหลังที่ได้ Louis Cole มาเล่นกลองจนสร้างพลังดิบและความเร่งเร้าระดับสูง ผู้เขียนมองว่านี่คือการนำไอเดียที่ดูตรงไปตรงมาไปขยายให้ทรงอิทธิพลด้วยการเรียบเรียงที่แม่นยำ
บทความยังพูดถึง The Sightless Shepherd ของบอส Polyphemus ที่แม้จะเป็นศัตรูช่วงต้นเกม แต่กลับได้เพลงซึ่งอัดแน่นด้วยโซโลแซ็กโซโฟนของ Sam Gendel และมีเอกลักษณ์พอจะนำไปใช้เป็นเหตุผลสนับสนุนเกมในการโหวตจัดอันดับเกมยอดเยี่ยมของทีมงานได้ รวมถึง Olympus Aflame ที่ประกอบฉากสู้กับ Heracles และ Prometheus ซึ่งให้พลังแบบออร์เคสตร้าแฟนตาซีสุดคลาสสิก เหมาะทั้งกับความอลังการและความโกลาหลของฉากรบ
โดยภาพรวม ผู้เขียนสรุปว่า Hades 2 ไม่ได้เป็นแค่ภาคต่อที่ดีด้านเกมเพลย์ แต่ยังเป็นจุดสูงสุดอีกครั้งของผลงานดนตรีจาก Supergiant Games และ Darren Korb ด้วย เพราะซาวด์แทร็กชุดนี้มีทั้งเพลงที่สร้างบรรยากาศ เพลงที่ติดหู และเพลงบอสที่โดดเด่นจนแย่งซีนได้แทบทุกครั้ง แม้จะเลิกเล่นเกมไปแล้ว แต่ผู้เขียนยังไม่เลิกฟังเพลงของมัน และมองว่านี่คือหนึ่งในผลงานที่เด่นที่สุดในผลงานทั้งหมดของ Korb


