SteelSeries เปิดตัวเมาส์เกมมิ่งไร้พอร์ต USB ที่เบาและพรีเมียมผิดคาด
SteelSeries สร้างความแปลกใจด้วยเมาส์เกมมิ่งรุ่นใหม่สองตัว คือ Rival Pro และ Sensei Pro ที่ตัดพอร์ต USB ออกไปทั้งหมด ไม่สามารถเสียบสายใช้งานได้เลย และพึ่งพาเพียงการเชื่อมต่อไร้สายแบบ UWB (ultra-…

SteelSeries สร้างความแปลกใจด้วยเมาส์เกมมิ่งรุ่นใหม่สองตัว คือ Rival Pro และ Sensei Pro ที่ตัดพอร์ต USB ออกไปทั้งหมด ไม่สามารถเสียบสายใช้งานได้เลย และพึ่งพาเพียงการเชื่อมต่อไร้สายแบบ UWB (ultra-wideband) เป็นหลัก แนวทางนี้ถือว่ากล้าและแตกต่างจากเมาส์เกมมิ่งทั่วไป เพราะแม้จะไร้พอร์ตสำรอง แต่บริษัทหวังว่าจะได้ประโยชน์ด้านน้ำหนักที่เบามากและโครงสร้างที่เรียบง่ายขึ้น
ผู้เขียนบทความทดสอบใช้งานมาหลายสัปดาห์และพบว่า ข้อเสียเรื่องไม่มี USB อาจแลกมาด้วยประสบการณ์ใช้งานที่ดีอย่างน่าประหลาดใจ ทั้งสองรุ่นมีน้ำหนักเพียง 53 กรัม แต่ยังใส่แบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ ซึ่งถือว่าไม่ค่อยเห็นในเมาส์เกมมิ่งระดับพรีเมียม จุดนี้ช่วยให้เปลี่ยนแบตได้ทันทีโดยไม่ต้องรอชาร์จ และน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัวเมาส์เบาและสมดุล
ด้านรูปทรง SteelSeries แยกตลาดชัดเจนด้วยสองสไตล์การจับ Rival Pro เป็นทรง ergonomic สำหรับ palm grip ขณะที่ Sensei Pro เป็นทรงสมมาตรสำหรับ claw grip แต่ทั้งคู่ใช้สเปกหลักร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเซนเซอร์ TrueMove 42K Pro ความละเอียดสูงสุด 42K DPI สวิตช์ออปติคัล และการรองรับอัตรารีเฟรชระดับ 8K ซึ่งบริษัทชูว่าเป็นการส่งข้อมูลแบบเต็มรอบมากกว่าระบบทั่วไปที่มักทำงานเป็นชุด
แม้ผู้เขียนจะไม่ได้ตื่นเต้นกับตัวเลข polling rate มากนัก แต่ยอมรับว่าคุณภาพตัวบอดี้และความแน่นหนาเป็นจุดเด่นสำคัญ ทั้งสองรุ่นให้ความรู้สึกแข็งแรง ไม่มีอาการโยกหรือยวบในมือ และเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดก็ถูกมองว่าอยู่ในระดับท็อปของงานประกอบ เพียงแต่ล้อสกอร์ลมีความนุ่มกว่าที่คาดเล็กน้อย ซึ่งยังไม่ถึงกับเป็นข้อเสียร้ายแรง
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือสวิตช์ออปติคัลของทั้งสองรุ่นกลับให้ฟีลและเสียงคลิกใกล้เคียงเมาส์เชิงกลมากกว่าที่คาดไว้ ทำให้ประสบการณ์กดใช้งานมีความพรีเมียมกว่าภาพจำของเมาส์ออปติคัลทั่วไป จุดนี้เมื่อรวมกับน้ำหนักเบา รูปทรงจับถนัด และแบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนได้ ทำให้ผู้รีวิวมองว่าทั้งสองรุ่นเหมาะกับการเล่นเกมจริง โดยเฉพาะเกมแข่งขันอย่าง Counter-Strike
อย่างไรก็ตาม ยังมีเงื่อนไขสำคัญคือความเสถียรของ UWB ต้องพิสูจน์ตัวเองในระยะยาว เพราะหากมีปัญหากับการเชื่อมต่อ หรือการอัปเดตเฟิร์มแวร์ การไม่มีพอร์ต USB สำรองอาจกลายเป็นข้อจำกัดใหญ่ ผู้รีวิวระบุว่ายังไม่เจอปัญหาใด ๆ ในช่วงทดลองใช้ แต่ก็ยังมองว่าต้องรอดูว่าเทคโนโลยีใหม่นี้จะยืนระยะได้แค่ไหน
ในด้านราคา เมาส์ทั้งสองรุ่นตั้งไว้ที่ราว 180 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงมากและแพงกว่าคู่แข่งหลายรุ่นในตลาด ทำให้ไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับทุกคน แต่สำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับน้ำหนักเบา วัสดุระดับพรีเมียม และฟีลการใช้งานที่ยอดเยี่ยม SteelSeries Rival Pro และ Sensei Pro ถูกมองว่าเป็นการกลับมาที่แข็งแรงของแบรนด์ในกลุ่มเมาส์เกมมิ่งสายแข่งขัน


