Nvidia เตรียมใส่ DLSS 5 ใน Hogwarts Legacy พร้อมโมเดลใหม่ที่ลื่นขึ้น
Nvidia ประกาศขยับใช้งาน DLSS 5 ในเกม Hogwarts Legacy และ Where Winds Meet ภายในเดือนพฤศจิกายน หลังจากเพิ่งเปิดตัวเทคโนโลยีนี้ใน NBA 2K27 ไปไม่นาน โดยครั้งนี้มาพร้อมโมเดลใหม่ที่บริษัทอ้างว่าเร็วขึ้น…

Nvidia ประกาศขยับใช้งาน DLSS 5 ในเกม Hogwarts Legacy และ Where Winds Meet ภายในเดือนพฤศจิกายน หลังจากเพิ่งเปิดตัวเทคโนโลยีนี้ใน NBA 2K27 ไปไม่นาน โดยครั้งนี้มาพร้อมโมเดลใหม่ที่บริษัทอ้างว่าเร็วขึ้นเป็นสองเท่าจากเวอร์ชันที่ใช้ในเดือนก่อน และเร็วขึ้นถึงสิบเท่าจากตอนที่เผยโฉมครั้งแรกในช่วงงาน GTC 2026
จุดสำคัญของการอัปเดตครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มเกมที่รองรับ แต่คือการทำให้ DLSS 5 มีประสิทธิภาพมากพอจนผู้เล่นและผู้พัฒนากล้าเปิดใช้งานจริงมากขึ้น เดิมทีเทคโนโลยีนี้เคยสร้างภาระต่อเฟรมเรตอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อทดสอบที่ความละเอียด 4K บน RTX 5090 จนต้องใช้การตั้งค่าระดับสูงมาก หรือแม้แต่หลายการ์ดจอในช่วงสาธิตแรก ๆ กว่าจะได้ประสบการณ์ที่เล่นได้
ในกรณีของ Hogwarts Legacy ภาพตัวอย่างที่ Nvidia นำมาแสดงดูจะไม่ได้เปลี่ยนสไตล์เกมแบบชัดเจนเหมือนตัวอย่างสุดโต่งที่เคยถูกวิจารณ์ก่อนหน้านี้ แต่จะเน้นการปรับสมดุลแสงและเอฟเฟกต์บนพื้นผิวอย่างละเอียด เช่น subsurface scattering มากกว่า ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นการยกระดับงานภาพแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เปลี่ยนหน้าตาตัวละครหรือบรรยากาศจนแปลกตา
อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาจากผู้เล่นยังแบ่งออกเป็นสองฝั่ง บางคนมองว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับต้นทุนด้านประสิทธิภาพ ขณะที่อีกส่วนเห็นว่าการแก้ภาพแบบเนียน ๆ โดยไม่ทำให้เกมดูผิดธรรมชาติคือแนวทางที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับงานรีดเรนเดอร์ที่ดูเว่อร์เกินจริงซึ่งมักถูกนำมาเยาะเย้ยบนโซเชียล
บทความยังชี้ว่า ความรู้สึกต่อ DLSS 5 จะขึ้นอยู่กับการปรับแต่งของผู้พัฒนาแต่ละเกม เพราะมีตัวเลือกหลายระดับให้เลือกว่าจะให้ภาพออกมาเนียนและใกล้ต้นฉบับแค่ไหน หรือจะดันให้เปลี่ยนแปลงมากขึ้นเพียงใด ดังนั้นแม้เทคโนโลยีจะเป็น AI ที่ช่วยวาดภาพใหม่จากข้อมูลเรขาคณิตและสีของเกม แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังขึ้นกับการตัดสินใจของสตูดิโอ
โดยรวม Nvidia ดูจะพยายามผลัก DLSS 5 ให้พ้นสถานะ “เดโมเท่ ๆ แต่ใช้จริงยาก” ไปสู่การเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานได้ในเกมกระแสหลัก หากการปรับปรุงด้านความเร็วเดินหน้าได้ตามที่บริษัทอ้าง และภาพที่ได้ยังคงความเป็นธรรมชาติพอ ผู้เล่นอาจได้เห็นเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้ในเกมมากขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะจำกัดอยู่แค่ไม่กี่เกมทดลอง


