ฮวงเห็นพ้องทรัมป์ ชี้คำเตือน AI ล่มโลกเป็น “เรื่องหลอก”
เจนเซน ฮวง ซีอีโอ Nvidia ออกมาสะท้อนจุดยืนสอดคล้องกับโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ที่ถูกเชื่อมเข้ามาระหว่างที่ฮวงขึ้นเวทีในพอดแคสต์ All-In โดยทั้งสองฝ่ายมองว่ากระแสเตือนภัย AI ในเชิงหายนะ…

เจนเซน ฮวง ซีอีโอ Nvidia ออกมาสะท้อนจุดยืนสอดคล้องกับโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ที่ถูกเชื่อมเข้ามาระหว่างที่ฮวงขึ้นเวทีในพอดแคสต์ All-In โดยทั้งสองฝ่ายมองว่ากระแสเตือนภัย AI ในเชิงหายนะโลกหรือการ “หยุด” อุตสาหกรรมนี้เป็นการพูดเกินจริง ฮวงกล่าวขอบคุณทรัมป์ที่ “มองทะลุ” สิ่งเหล่านี้ และย้ำว่าความซับซ้อนของเทคโนโลยีควรได้รับการจัดการอย่างระมัดระวัง แต่ไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลในการทำให้การพัฒนา AI ชะลอตัว
ประเด็นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงที่ร้อนแรงในวงการเทคโนโลยี หลังดาริโอ อามาเดอี ซีอีโอ Anthropic เพิ่งเรียกร้องให้วงการลดความเร็วลงเพื่อเพิ่มมาตรการความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็มีความกังวลเรื่องความมั่นคงไซเบอร์และการใช้งาน AI อย่างไม่เหมาะสม ข้อถกเถียงดังกล่าวทำให้ผู้บริหารบิ๊กเทคและผู้นำประเทศต่างแสดงความเห็นกันมากขึ้น และฮวงในฐานะผู้ได้ประโยชน์สูงสุดรายหนึ่งจากกระแส AI ก็ถูกจับตามองเป็นพิเศษ
ทรัมป์เองย้ำผ่านโซเชียลมีเดียว่า AI ไม่จำเป็นต้องถูกควบคุมด้วย “กำแพง” มากนัก และอ้างว่ารัฐบาลของเขามีอำนาจทั้งด้านกฎหมายและกฎระเบียบเพียงพอในการจัดการบริษัทเทคโนโลยี พร้อมกล่าวหาว่ามี “ขบวนการสมคบคิด” ต่อต้าน AI และศูนย์ข้อมูล โดยมองว่าสหรัฐฯ ต้องเดินหน้าแข่งขันในสนามนี้ให้ได้ เพราะผู้ชนะใน AI จะเป็นผู้กำหนดอนาคตของโลก
ในบทสนทนากับฮวง ทรัมป์ย้ำว่าโครงการศูนย์ข้อมูลและการลงทุนด้าน AI เป็นเรื่องดี และไม่ควรถูกหยุดด้วยความตื่นตระหนกเกี่ยวกับหุ่นยนต์หรือ AI ที่จะเข้ายึดครองโลก ขณะที่ฮวงตอบรับแนวคิดดังกล่าว พร้อมพูดถึงการทำให้ทุกฝ่ายในสหรัฐฯ ได้ประโยชน์จากการแข่งขันด้าน AI ตั้งแต่ทุกอุตสาหกรรม บริษัท รัฐ และประชาชน
อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์ในข่าวชี้ว่าการถกเถียงแบบ “AI จะทำลายโลกหรือไม่” อาจเบี่ยงประเด็นจากปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน เช่น การใช้พลังงานที่สูงขึ้น ความเสี่ยงต่อทักษะและการคิดของมนุษย์ การแทนที่งานสร้างสรรค์ของคนด้วยเครื่องมือ AI และต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่แพงขึ้นจากภาวะขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลกที่ถูกเร่งโดยอุตสาหกรรม AI
ภาพรวมจึงสะท้อนความขัดแย้งสำคัญของยุค AI: ฝั่งหนึ่งผลักดันให้เดินหน้าด้วยเหตุผลเรื่องการแข่งขันและความเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ ส่วนอีกฝั่งเตือนว่าควรมีการชะลอและกำกับดูแลเพื่อรับมือผลกระทบที่เป็นรูปธรรมมากกว่า การจับคู่ถ้อยแถลงของฮวงกับทรัมป์ยิ่งตอกย้ำว่า ศึก AI ในเวลานี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่ยังเป็นเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และอำนาจต่อรองของสหรัฐฯ ในเวทีโลกด้วย


