ลือ Nvidia อาจหยุดผลิต RTX 5090 แต่ราคาที่พุ่งแรงทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่แทบไม่กระทบ
มีกระแสข่าวลือว่า Nvidia อาจยุติการผลิตการ์ดจอเรือธง RTX 5090 โดยแหล่งข่าวหลุดบนโซเชียลระบุว่าชิป GB202 ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของรุ่นนี้จะถูกจัดสรรไปให้กลุ่ม RTX Pro เท่านั้นในอนาคต หากเป็นจริงก็…

มีกระแสข่าวลือว่า Nvidia อาจยุติการผลิตการ์ดจอเรือธง RTX 5090 โดยแหล่งข่าวหลุดบนโซเชียลระบุว่าชิป GB202 ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของรุ่นนี้จะถูกจัดสรรไปให้กลุ่ม RTX Pro เท่านั้นในอนาคต หากเป็นจริงก็สะท้อนทิศทางที่ Nvidia ให้ความสำคัญกับตลาดเวิร์กสเตชันและดาต้าเซ็นเตอร์มากกว่าผู้เล่นเกม
บทความชี้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจนัก เพราะชิป GB202 ถูกใช้งานในผลิตภัณฑ์หลายกลุ่ม ไม่ได้ผูกกับ RTX 5090 เพียงรุ่นเดียว และการ์ดระดับมืออาชีพราคาสูงอย่าง RTX Pro 6000 Blackwell มีมูลค่ามากกว่ามาก จึงมีเหตุผลทางธุรกิจที่ Nvidia จะกันกำลังการผลิตไปให้สินค้าที่ทำกำไรสูงกว่า นอกจากนี้ Nvidia เองก็ถูกมองว่าหันน้ำหนักไปฝั่ง AI และโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้นเรื่อย ๆ
อย่างไรก็ตาม ข่าวนี้ยังเป็นเพียงข่าวลือ Nvidia ยังไม่ได้ออกมายืนยันหรือปฏิเสธโดยตรง ผู้เขียนบทความย้ำว่าก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลักษณะคล้ายกันเกี่ยวกับ RTX 5070 Ti ซึ่งท้ายที่สุดก็ไม่เป็นจริง ทำให้กรณี RTX 5090 อาจจบแบบเดียวกัน คือไม่ได้ถูกเลิกผลิตทันที แต่ปริมาณสินค้าที่ออกสู่ตลาดอาจค่อย ๆ ลดลงจนหายากขึ้นเรื่อย ๆ
สำหรับผู้บริโภคทั่วไป RTX 5090 แทบจะกลายเป็นการ์ดที่เอื้อมไม่ถึงอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมกราคม 2025 ที่ราคา 1,999 ดอลลาร์ ราคาขายจริงในตลาดพุ่งขึ้นแรงมาก จนแตะระดับใกล้ 10,000 ดอลลาร์ในบางช่องทาง ทำให้แทบไม่มีผลต่อกลุ่ม DIY เกมเมอร์ส่วนใหญ่ แม้ไม่ได้ประกาศเลิกผลิตอย่างเป็นทางการ ภาวะขาดตลาดและราคาที่สูงมากก็ทำให้การมีอยู่ของมันในทางปฏิบัติแทบไม่ต่างจากการหายไปจากตลาด
บทความยังชี้ว่า หากมีการหยุดผลิตจริง ผลกระทบจะไปตกกับตลาดเครื่องพีซีประกอบสำเร็จรูปมากกว่าผู้ซื้อการ์ดแยก เพราะเครื่องสำเร็จรูปที่ใช้ RTX 5090 ยังมีราคาที่ไม่พุ่งสุดโต่งเท่าการซื้อการ์ดเดี่ยว แต่ถ้าการผลิตสะดุดจริง สถานการณ์นี้ก็จะสะเทือนต่อไลน์สินค้าพร้อมใช้ทันที
ภาพรวมของเรื่องนี้สะท้อนแนวโน้มใหญ่ของตลาดฮาร์ดแวร์ที่ต้นทุนหน่วยความจำและความต้องการจาก AI ทำให้การ์ดจอระดับท็อปแพงขึ้นต่อเนื่อง และหากข่าวลือเรื่อง Nvidia ชะลอการ์ดเจเนอเรชันถัดไปไปถึงปี 2028 เป็นจริง ผู้ใช้ก็อาจต้องอยู่กับยุคที่การ์ดจอไฮเอนด์มีราคาสูงผิดปกติไปอีกนาน


