เอมิลี วิลสันแปล The Odyssey ใหม่จากต้นฉบับอีกครั้ง หลังวิจารณ์หนังของโนแลน
เอมิลี วิลสัน นักวิชาการและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ผู้เคยสร้างชื่อจากฉบับแปล The Odyssey ในปี 2017 เปิดเผยว่าเธอกำลังแปลมหากาพย์ของโฮเมอร์ใหม่ทั้งหมดจากต้นฉบับอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงการปรับแก้…

เอมิลี วิลสัน นักวิชาการและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ผู้เคยสร้างชื่อจากฉบับแปล The Odyssey ในปี 2017 เปิดเผยว่าเธอกำลังแปลมหากาพย์ของโฮเมอร์ใหม่ทั้งหมดจากต้นฉบับอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงการปรับแก้ฉบับเดิม โดยขณะนี้ทำไปแล้วราวครึ่งทาง ข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเธอออกบทความวิจารณ์ภาพยนตร์ The Odyssey ของคริสโตเฟอร์ โนแลนอย่างรุนแรงจนกลายเป็นกระแสในวงกว้าง
วิลสันมองว่าหนังของโนแลนมีปัญหาในเชิงเนื้อหาและความลุ่มลึกทางความคิด โดยระบุว่าเธอ “ละอายใจ” หากต้องเขียนบทภาพยนตร์แบบนั้น และเห็นว่าผลงานขาดมิติด้านจิตวิทยา อารมณ์ การเมือง และจริยธรรม เธอยังวิจารณ์การตีความเรื่อง xenia หรือธรรมเนียมการต้อนรับแขกของกรีกโบราณ ซึ่งในเรื่องถูกอธิบายผ่านแนวคิดเกี่ยวกับกฎของซุส และชี้ว่าหนังทำให้ประเด็นความเมตตาและศีลธรรมถูกนำเสนอแบบย้อนแย้ง
ในบทความอีกชิ้น วิลสันเรียก The Odyssey เวอร์ชันของโนแลนว่าเหมือน “ม้าไม้เมืองทรอย” เสียเอง เพราะแม้บทจะย้ำเรื่องความเมตตาของมนุษย์ แต่ภาษาภาพและวิธีเล่าเรื่องกลับสื่อคุณค่าที่แตกต่างไป เธอเตือนว่าในยุคที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและข้อมูลบิดเบือน ศิลปะควรซื่อสัตย์ต่อผลลัพธ์และต้นทุนของความเห็นอกเห็นใจ มากกว่าจะพึ่งภาพลวงหรือความสง่างามภายนอกเพียงอย่างเดียว
บทความของ AP ที่อ้างถึงนักวิชาการระบุด้วยว่า การแปลงานชิ้นเดิมซ้ำแบบเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดเป็นเรื่องที่พบได้น้อยมากในวงการแปลสะท้อนว่าผลงานของโฮเมอร์ยังมีพื้นที่ให้ตีความใหม่ได้อีกมาก และตัววิลสันเองก็เป็นหนึ่งในผู้แปลที่มีอิทธิพลต่อการอ่านมหากาพย์กรีกสำหรับผู้อ่านยุคปัจจุบัน
นอกเหนือจากงานของโฮเมอร์ วิลสันยังแสดงท่าทีไม่ปลื้มซีรีส์ Percy Jackson ของ Rick Riordan ด้วย โดยบอกว่าผลงานชุดนี้อาจเหมาะกับผู้อ่านเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ และตั้งข้อสังเกตว่ามีกรอบคิดแบบยกย่อง “ความเป็นอเมริกัน” และวีรบุรุษชายผิวขาวในฐานะตัวแทนของอารยธรรมตะวันตก ซึ่งเธอมองว่าน่าตั้งคำถามทั้งในเชิงอุดมการณ์และประวัติศาสตร์
โดยรวม ข่าวนี้สะท้อนภาพของวิลสันในฐานะนักแปลและนักวิจารณ์ที่ไม่ลังเลจะแสดงจุดยืนต่อการตีความงานคลาสสิกในสื่อสมัยใหม่ ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่าการแปลวรรณกรรมเก่าแก่ยังเป็นกระบวนการที่เปิดกว้างต่อการอ่านใหม่ การถกเถียงใหม่ และการแปลความหมายที่สอดคล้องกับยุคสมัยมากขึ้น


