ไปงาน PAX West ยังถูกกว่าซื้อ RTX 5090 ราคารีเทลในบางตลาด
บทความนี้สะท้อนภาวะราคาการ์ดจอระดับไฮเอนด์ที่ผิดปกติ โดยยกกรณีของ GeForce RTX 5090 ซึ่งในบางช่องทางยังมีราคาพุ่งสูงกว่าราคาเปิดตัวมาก จนผู้เขียนเปรียบเปรยว่าการบินจากสหราชอาณาจักรไปงาน PAX West ที่ซี…

บทความนี้สะท้อนภาวะราคาการ์ดจอระดับไฮเอนด์ที่ผิดปกติ โดยยกกรณีของ GeForce RTX 5090 ซึ่งในบางช่องทางยังมีราคาพุ่งสูงกว่าราคาเปิดตัวมาก จนผู้เขียนเปรียบเปรยว่าการบินจากสหราชอาณาจักรไปงาน PAX West ที่ซีแอตเทิล เพื่อไปตามหาเจ้าหน้าที่ของ Nvidia และซื้อการ์ดในราคา MSRP อาจยังคุ้มกว่าซื้อจากร้านค้าทั่วไปในตลาดที่ราคาถูกดันขึ้นไปสูงมาก
ในงาน PAX West ปีนี้ Jacob Freeman ซึ่งเป็นผู้แทนของ Nvidia ที่เรียกตัวเองว่า GeForce Evangelist โพสต์ผ่าน X ว่ามีการแจกโค้ดสิทธิ์ซื้อการ์ดจอรุ่น GeForce RTX 5090, 5080 และ 5070 ในราคา MSRP ให้กับผู้เข้าร่วมงาน โดยโค้ดดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการซื้อการ์ดหน้างานทันที แต่เป็นสิทธิ์สำหรับไปสั่งซื้อจากเว็บสโตร์ของ Nvidia ภายใต้ระบบ Verified Priority Access (VPA) ซึ่งเคยใช้เป็นกลไกสุ่มหรือคัดเลือกผู้มีสิทธิ์ซื้อการ์ดในราคาปกติ
ผู้เขียนประเมินค่าใช้จ่ายแบบคร่าว ๆ ว่า หากบินไปสหรัฐฯ แบบเร่งด่วน ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าบัตรเข้างาน และราคาการ์ด RTX 5090 ที่ $1,999 MSRP รวมกันอาจยังต่ำกว่าราคาขายจริงในร้านค้าบางแห่งที่แตะระดับประมาณ $5,500 ได้อย่างมาก แม้ตัวเลขดังกล่าวจะฟังดูเกินจริง แต่ก็ถูกใช้เพื่อชี้ให้เห็นว่าตลาด GPU ระดับท็อปยังคงบิดเบี้ยวและห่างจากราคาอ้างอิงมากแค่ไหน
บทความยังระบุว่า ของที่แจกในงานหมดอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ RTX 5090 และ RTX 5080 ที่ขาดสต็อกไปก่อนจบงานวันสุดท้าย ๆ ของกิจกรรม สะท้อนว่าความต้องการของตลาดยังสูงมาก แม้ราคาจะพุ่งขึ้นก็ตาม
ในภาพรวม ผู้เขียนมองว่านี่เป็นอีกสัญญาณที่ยืนยันว่า Nvidia ในปัจจุบันไม่ได้พึ่งพาธุรกิจเกมเป็นหลักแล้ว เพราะรายได้และกำไรจาก AI มีขนาดใหญ่กว่ามาก บริษัทจึงสามารถจัดกิจกรรมโปรโมตฝั่งเกมแบบเฉพาะกิจได้ โดยไม่กระทบภาพรวมธุรกิจมากนัก ขณะเดียวกัน ปัญหาซัพพลายและราคาการ์ดจอที่แพงผิดปกติก็มีแนวโน้มทำให้กิจกรรมลักษณะ VPA IRL หรือการแจกสิทธิ์ซื้อแบบอีเวนต์พิเศษเกิดขึ้นอีกในอนาคต

