Rogue Trader กลับมาน่าเล่นหลัง DLC ใหม่ ดันเกม RPG ของ Owlcat ให้เข้าที่
บทความนี้เล่าประสบการณ์ของผู้เขียนที่กลับไปเล่น Warhammer 40,000: Rogue Trader ของ Owlcat Games อีกครั้งหลังไม่ประทับใจตั้งแต่ช่วงเบต้าและตอนเปิดตัวเกมในปลายปี 2023 เพราะระบบที่ซับซ้อนเกินไปและการ…

บทความนี้เล่าประสบการณ์ของผู้เขียนที่กลับไปเล่น Warhammer 40,000: Rogue Trader ของ Owlcat Games อีกครั้งหลังไม่ประทับใจตั้งแต่ช่วงเบต้าและตอนเปิดตัวเกมในปลายปี 2023 เพราะระบบที่ซับซ้อนเกินไปและการอัปเดตตัวละครที่ชวนสับสน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เกมได้ค่อย ๆ พัฒนาเหมือนผลงาน RPG อื่น ๆ ของ Owlcat จนกลายเป็นเกมที่ “เข้าที่” และน่าหมกมุ่นกับการสร้างบิลด์ตัวละครอย่างมาก
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการกลับมาเล่นพร้อม DLC Infinite Museion ซึ่งทำให้ผู้เขียนตัดสินใจให้โอกาสเกมอีกครั้ง โดยครั้งนี้ใช้แนวทางอ้างอิงบิลด์จากครีเอเตอร์สายเกมเพื่อช่วยลดความงุนงงของระบบ เมื่อเริ่มเข้าใจเมคานิกส์มากขึ้น เขาพบว่าความสนุกหลักของ Rogue Trader อยู่ที่การปรับแต่งตัวละครและเพื่อนร่วมทีมให้เข้ากับสไตล์การเล่น จนถึงขั้นต้องเริ่มเล่นตัวละครใหม่หลังเล่นไปได้ราว 20 ชั่วโมง เพราะอยากลองบิลด์ที่สนุกกว่าเดิม
บทความยกตัวอย่างบิลด์ที่ผู้เล่นนิยมสองแนว หนึ่งคือบิลด์สายทำดาเมจหนักที่ซับซ้อนและทรงพลังมาก แต่อาจให้ความรู้สึกแห้งและติดขัดเมื่อเล่นไปนาน อีกแบบคือสายเจ้าหน้าที่กองทัพเรือที่ถือทั้งดาบและปืน ซึ่งผู้เขียนมองว่าสนุกกว่าเพราะจังหวะการเล่นลื่นไหล ชัดเจน และให้ความรู้สึกเป็นฮีโร่ในสมรภูมิได้เด่นกว่า ความรู้สึก “เก่งแบบเท่” นี้กลายเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้ระบบต่อสู้ของเกมโดดเด่น
ผู้เขียนยังเล่าฉากต่อสู้บอสช่วงท้ายของบทแรกที่เป็นหนึ่งในโมเมนต์จำได้มากที่สุด โดยผู้เล่นต้องร่วมมือกันกำจัดศัตรูระดับ Chaos Space Marine ที่แข็งแกร่งมากและคุกคามภารกิจช่วยเหลือยานหนีฉุกเฉิน เขาอธิบายว่าการวางแผนโจมตี การใช้ตัวละครซัพพอร์ตเพื่อป้อนเทิร์นพิเศษ และการปิดฉากด้วยการโจมตีสุดท้าย ทำให้ชัยชนะครั้งนั้นทรงพลังและสะใจอย่างยิ่ง
แม้ Rogue Trader จะมีองค์ประกอบ RPG อื่น ๆ ครบถ้วน ทั้งเพื่อนร่วมทาง เนื้อเรื่อง โรแมนซ์ ทักษะ และการบริหารดาวเคราะห์ แต่บทความชี้ว่าหัวใจที่ทำให้เกมพิเศษจริง ๆ คือระบบเทิร์นเบสกับการสร้างบิลด์ที่ลึกและยืดหยุ่น ซึ่งเมื่อผู้เล่นเข้าใจแล้วจะดึงดูดให้กลับมาเล่นซ้ำได้มาก ผู้เขียนสรุปว่าตอนนี้เกมได้พลิกสถานะจากผลงานที่เปิดตัวไม่สมบูรณ์ไปสู่ RPG ระดับท็อป และหวังว่าเกมถัดไปของ Owlcat อย่าง Dark Heresy จะเปิดตัวได้ลงตัวตั้งแต่วันแรก


