Doom: The Dark Ages ภาคเสริม Revelations พลิกเกมให้กลับมาน่าเล่น
บทความของ PC Gamer มองว่า Doom: The Dark Ages เวอร์ชันหลักแม้จะมีจุดน่าสนใจ แต่ยังไม่สามารถยืนเทียบกับสองภาคก่อนหน้าในไตรภาคใหม่ของ id Software ได้เต็มที่ เพราะการออกแบบที่เน้นโล่เป็นแกนหลักทำให้การ…

บทความของ PC Gamer มองว่า Doom: The Dark Ages เวอร์ชันหลักแม้จะมีจุดน่าสนใจ แต่ยังไม่สามารถยืนเทียบกับสองภาคก่อนหน้าในไตรภาคใหม่ของ id Software ได้เต็มที่ เพราะการออกแบบที่เน้นโล่เป็นแกนหลักทำให้การเล่นลดทอนความคล่องตัว ความอิสระ และความซับซ้อนในการต่อสู้ลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับสไตล์ Doom แบบดั้งเดิมที่ผู้เล่นต้องเคลื่อนที่เร็ว สลับอาวุธและตัดสินใจเฉียบคมในสนามรบ
อย่างไรก็ตาม ภาคเสริมใหม่ชื่อ Revelations ที่ออกตามมาไม่นาน ถูกผู้เขียนยกให้เป็นการ “กู้เกม” อย่างแท้จริง เนื้อเรื่องต่อจากเกมหลัก โดยพา Slayer ลงไปเผชิญหน้ากับนรก ก่อนถูกส่งไปยัง Purgatory จากนั้นต้องดิ้นรนต่อสู้กลับออกมา จุดสำคัญคือการหักโล่ของเขาอย่างโจ่งแจ้งในฉากเปิด เพื่อสื่อชัดว่าภาคเสริมนี้กำลังตอบสนองต่อเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับเกมหลัก และพยายามพา Doom กลับไปสู่ความเป็น Slayer ที่ครองทุกอย่างบนสนามรบอีกครั้ง
หัวใจของการเปลี่ยนแปลงคืออาวุธใหม่ Chain Spear ที่ถูกมองว่าเหนือกว่าโล่เดิมในแง่ของความยืดหยุ่นและการควบคุมจังหวะต่อสู้ มันไม่เพียงใช้โจมตีศัตรูหรือเกี่ยวตัวละครเข้าหาเป้าหมายคล้ายกลไก meat hook ของภาค Eternal แต่ยังควบคุมทิศทางกลางอากาศได้ด้วยการหันกล้อง ทำให้ผู้เล่นสามารถพุ่งเข้าหาศัตรู เปลี่ยนมุมโจมตี หรือใช้ศัตรูเป็นจุดส่งตัวเองข้ามสนามรบได้อย่างอิสระกว่ามาก
นอกจากนี้ id ยังดึงระบบ dash กลับมาในภาคนี้ พร้อมกลไก perfect dodge ที่ช่วยชาร์จพลังสำหรับท่า spear พิเศษ ระบบต่อสู้จึงแยกหน้าที่ชัดเจนขึ้น: การโจมตีสีเขียวเน้นการใช้ spear เพื่อสวนกลับ ส่วนการโจมตีทั่วไปใช้การหลบหลีกด้วย dash แทนการบล็อกแบบเดิม ผลลัพธ์คือจังหวะต่อสู้ที่ยังคงความหนักแน่นและการตั้งรับในแบบ The Dark Ages แต่มีความลื่นไหลและเปิดทางให้ผู้เล่นสร้างสรรค์การเคลื่อนไหวได้มากขึ้น
บทความชี้ว่า แม้แนวคิดโล่จะเป็นความพยายามลดความซับซ้อนจากภาค Eternal ที่มีระบบให้บริหารจัดการเยอะเกินไป แต่การตัดความคล่องตัวของ Slayer ออกไปกลับกลายเป็นการแก้เกินเหตุ สำหรับผู้เขียนแล้ว Doom จะสนุกที่สุดเมื่อผู้เล่นมีเครื่องมือครบมือเพื่อควบคุมสนามรบได้เต็มที่ และ Revelations ก็ทำให้เกมกลับมาเข้าใกล้อุดมคตินั้นอีกครั้ง
ในช่วงท้าย ผู้เขียนยอมรับว่าระบบใหม่ยังมีช่วงที่ทำให้สมองสับสนจากจำนวนท่าที่ต้องจำและแยกความต่างระหว่างการแทง การปัดป้อง การโยน spear หรือการ ground pound แต่เมื่อผู้เล่นเริ่มชิน มันจะกลายเป็นชุดเครื่องมือที่กลมกลืนและทรงพลังมาก โดยสรุปภาคเสริมนี้ไม่เพียงเพิ่มเนื้อหา 10-12 ชั่วโมง แต่ยังทำหน้าที่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Doom: The Dark Ages ถูกมองว่าน่าซื้อและน่าเล่นมากขึ้นอย่างชัดเจน


