Epic Games สั่งโปรเจกต์ Star Wars x Marvel ใช้ AI เป็นแกนหลักในการพัฒนา
Epic Games กำลังปรับทิศทางการพัฒนาเกมครั้งสำคัญ โดยมีรายงานว่าหนึ่งในโปรเจกต์ที่ยังไม่เปิดตัวอย่างเกมยิงครอสโอเวอร์ Star Wars กับ Marvel ถูกเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนด และทีมงานได้รับคำสั่งให้เดินหน้าภาย…

Epic Games กำลังปรับทิศทางการพัฒนาเกมครั้งสำคัญ โดยมีรายงานว่าหนึ่งในโปรเจกต์ที่ยังไม่เปิดตัวอย่างเกมยิงครอสโอเวอร์ Star Wars กับ Marvel ถูกเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนด และทีมงานได้รับคำสั่งให้เดินหน้าภายใต้นโยบาย “AI first” อย่างเต็มรูปแบบ แนวทางดังกล่าวไม่ได้หมายถึงแค่การใช้เครื่องมือ AI ช่วยบางส่วน แต่ครอบคลุมถึงกระบวนการผลิตจำนวนมาก ตั้งแต่การวางโปรดักชันไปจนถึงงานศิลป์ที่มีแนวโน้มถูกสร้างด้วยเวิร์กโฟลว์ที่พึ่งพา AI เป็นหลัก ตามรายงานระบุว่ามีการอ้างถึงเครื่องมืออย่าง Claude ของ Anthropic ด้วย
หลังข่าวดังกล่าวเผยแพร่ออกมา Tim Sweeney ซีอีโอของ Epic Games ออกมาแสดงจุดยืนของตนผ่าน X โดยย้ำว่าบริษัทกำลังปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อเร่งศักยภาพของทีมพัฒนาให้มากขึ้น ไม่ใช่เพื่อลดจำนวนคนลง แต่เพื่อให้พนักงานสามารถสร้างผลงานได้ “มากขึ้นและดีขึ้น” พร้อมทั้งผลักดันให้เทคโนโลยีของ Epic โดยเฉพาะ Unreal Engine รองรับการทำงานยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น เขามองว่า AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของนักพัฒนา ไม่ใช่เพียงระบบอัตโนมัติที่มาแทนมนุษย์แบบตรงไปตรงมา
Sweeney ยังแสดงมุมมองเชิงอุดมการณ์เกี่ยวกับการยอมรับ AI ในอุตสาหกรรมเกมและซอฟต์แวร์ โดยระบุว่าบริษัทเทคโนโลยีจำเป็นต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับปัจจุบันและอนาคตที่กำลังจะมาถึง มากกว่าจะยึดติดกับความรู้สึกของผู้ใช้ที่อยากให้ทุกอย่างหยุดอยู่ในยุคก่อน เขายืนยันด้วยว่าภารกิจของ Epic คือการ “อยู่รอดในยุคปฏิวัติ AI” และช่วยให้นักพัฒนาอื่น ๆ ปรับตัวตามไปได้เช่นกัน
ในเชิงประสิทธิภาพ Sweeney คาดว่า AI จะช่วยย่นเวลาทำงานได้อย่างมาก แม้ระดับผลลัพธ์จะต่างกันไปตามงาน โดยบางส่วนของการพัฒนา Unreal Engine อาจดีขึ้นราว 20% ขณะที่งานประเภทเว็บดีเวลอปเมนต์อาจเร็วขึ้นหลายเท่าตัว เขายังเชื่อว่าอีกไม่นานประสิทธิภาพหลายด้านจะเพิ่มขึ้นจนเทียบกับช่วงต้นปี 2026 ได้ถึงหลายเท่า ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทกำลังเดิมพันกับการยกระดับผลผลิตจาก AI อย่างจริงจัง
ประเด็นที่เขาเน้นเป็นพิเศษคือผลกระทบของ AI ต่อกระบวนการออกแบบเกม โดยมองว่าเทคโนโลยีนี้จะทำให้ช่วงเวลาจาก “ไอเดีย” ไปสู่ “การทดลองเล่น” สั้นลงมาก ซึ่งอาจช่วยลดปัญหาเกม AAA หลายเกมที่ใช้เวลาพัฒนานานเกินไปโดยไม่เปิดให้ทดสอบระบบเกมเพลย์เร็วพอ แนวคิดนี้ชี้ให้เห็นว่า Epic ไม่ได้มอง AI แค่ในฐานะเครื่องมือผลิตคอนเทนต์ แต่เป็นตัวเร่งสำคัญของกระบวนการสร้างเกมทั้งระบบ
รายงานนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจาก Epic Games ปลดพนักงานกว่า 1,000 คนเมื่อเดือนมีนาคม โดยบริษัทอ้างถึงทั้งยอดขายคอนโซลที่ชะลอตัว ประเด็นข้อพิพาททางกฎหมายกับ Apple และ Google และความยากในการส่งมอบประสบการณ์ Fortnite ที่สดใหม่ได้อย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้การหันไปพึ่ง AI มากขึ้นถูกมองได้ทั้งในมุมของการปรับตัวทางธุรกิจและการลดแรงเสียดทานของกระบวนการผลิต
ในภาพรวม ข่าวนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Epic Games ที่พร้อมทดลองการพัฒนาเกมขนาดใหญ่ภายใต้โมเดล AI-first แม้จะเป็นหัวข้อที่กระตุ้นการถกเถียงอย่างหนักทั้งในแง่คุณภาพผลงาน ผลกระทบต่อแรงงานสร้างสรรค์ และการยอมรับจากผู้เล่น แต่สำหรับ Epic แล้ว ดูเหมือนว่าคำตอบคือการเร่งนำ AI เข้ามาเป็นแกนกลางของการทำงาน มากกว่าจะรอให้ตลาดหรือผู้บริโภคพร้อมก่อน


