รายงานชี้กำลังการผลิตแรมปี 2027 ถูกจองหมดแล้วจากดีมานด์ AI

รายงานล่าสุดจาก Digitimes ที่ถูกอ้างถึงโดย TweakTown ระบุว่า ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ทั้ง Samsung, SK Hynix และ Micron ได้ขายกำลังการผลิตหน่วยความจำสำหรับปี 2027 ไปเกือบหมดแล้ว โดยเฉพาะ DRAM และ HBM ซึ่งถูกจองโดยลูกค้ากลุ่ม AI ผ่านสัญญาซื้อระยะยาวล่วงหน้า แม้ผู้ผลิตยังไม่ได้ยืนยันข้อมูลดังกล่าว แต่หากเป็นจริงก็สะท้อนว่าปัญหาขาดแคลนแรมอาจยืดเยื้อต่อไปอีกหลายปี และทำให้ราคาหน่วยความจำในตลาดผู้บริโภคปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง
ประเด็นสำคัญคือความต้องการจากอุตสาหกรรม AI ไม่ได้เป็นแค่การซื้อชิปในช่วงสั้น ๆ แต่เป็นการทำข้อตกลงระยะยาวลักษณะคล้ายการจองกำลังการผลิตในอนาคต ทำให้ซัพพลายที่ควรจะเข้าสู่ตลาดทั่วไปถูกล็อกไว้ล่วงหน้า เมื่อกำลังผลิตใหม่ไม่ได้ขยายตามอุปสงค์อย่างทันที ผู้บริโภคจึงมีโอกาสเผชิญราคาที่แพงขึ้นและสินค้าหาซื้อยากต่อเนื่อง
รายงานเดียวกันยังชี้ว่าผลกระทบไม่ได้จำกัดแค่ DRAM และ HBM แต่ลามไปถึง NAND ที่ใช้กับสตอเรจอย่าง SSD ด้วย แม้กำลังการผลิต NAND จะยังไม่ถูกดูดซับจนหมดเพราะมีผู้ผลิตมากกว่า แต่ทิศทางความต้องการก็เพิ่มขึ้นจนเริ่มดันราคาสินค้าจัดเก็บข้อมูลให้สูงขึ้นแล้ว บทความยกตัวอย่าง SSD รุ่นทั่วไปอย่าง Western Digital SN7100 ที่ราคาขยับขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ผู้เขียนมองว่าปัญหานี้เริ่มกระทบสินค้าหลากหลายประเภทในตลาดฮาร์ดแวร์ ไม่ใช่แค่ชิ้นส่วนพีซีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเครื่องเกมและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำเร็จรูปด้วย โดยอ้างถึงกรณีราคาของ Xbox Series X ที่ปรับขึ้น และ Steam Machine ที่เปิดตัวด้วยราคาสูงกว่าที่ Valve ต้องการเพราะต้นทุนหน่วยความจำแพงขึ้น ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าความตึงตัวของซัพพลายแรมกำลังส่งผลต่อราคาสินค้าไอทีในวงกว้าง
โดยสรุป บทความนี้มองว่าหากการลงทุนเพิ่มกำลังผลิตยังไม่ทันกับความต้องการจาก AI และยังมีการทำสัญญาซื้อระยะยาวดึงซัพพลายล่วงหน้า ผู้ใช้ทั่วไปอาจต้องอยู่กับราคา RAM และ SSD ที่สูงต่อไปอีกนาน และความหวังที่จะเห็นราคากลับมาถูกลงอาจต้องรอการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในตลาดหน่วยความจำหรือการชะลอตัวของกระแส AI เสียก่อน


